แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Guide IT Other แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Guide IT Other แสดงบทความทั้งหมด

RAID

RAID (Redundant Array of Independent Disks) เป็นเทคโนโลยีในการนำเอา Hard Disk จำนวนมากกว่า 1 ตัว มาทำงานร่วมกัน เพื่อเพิ่มพื้นที่, ความเร็ว วมถึงความปลอดภัยในการบันทึกและจัดเก็บข้อมูล

ระบบ RAID ที่นิยมใช้งานกันมีดังนี้


  • RAID 0 - เร็วจริง แต่ไม่ปลอดภัย
    • เป็นการทำ RAID แบบที่ง่ายที่สุด ซึ่งเป็นการนำเอา Hard Disk จำนวนมากกว่า 1 ตัว (หรือมากกว่า) มาทำงานร่วมกันในลักษณะ non-redundant แล้วให้ระบบมองว่าเป็น Hard Disk ตัวเดียวกัน เรียกว่า "Logical Drive" เช่น
      • ถ้ามี Hard Disk 100 GB. จำนวน 2 ตัว ติดตั้งไว้ในเครื่อง โดยปกติตัวแรกจะเป็นถูกกำหนดให้เป็น Drive C อีกตัวก็จะเป็น Drive D
      • เมื่อเราสร้างระบบ RAID 0 ขึ้นมา พื้นที่ของ Hard Disk ทั้ง 2 ตัวก็จะถูกรวมให้เป็น Drive อันเดียวกัน และถูกกำหนดให้เป็น Drive C แต่มีขนาด 200 GB. (Hard Disk1: 100 GB. + Hard Disk2: 100 GB. ) โดยที่โปรแกรมต่างๆก็จะมอง Drive ใหม่นี้เป็น Drive C ที่มีขนาด 200 GB. เช่นเดียวกัน
    • ใช้วิธีการแบ่งข้อมูลออกเป็นส่วนๆ (Data Stripping) เพื่อนำไปแยกเก็บไว้ใน Hard Disk แต่ละตัว
    • ข้อดี
      • ทำให้การเข้าถึงข้อมูลทำได้เร็วขึ้น เพราะมีหัวอ่าน/เขียนข้อมูลเพิ่มขึ้น (Hard Disk 2 ตัว ช่วยกันทำงาน)
      • เป็นการเพิ่มขนาดพื้นที่สำหรับใช้บันทึกข้อมูล (Hard Disk1 + Hard Disk2)
    • ข้อเสีย
      • เนื่องจากระบบ RAID 0 จะไม่มีการทำการสำรองข้อมูลใดๆทั้งสิ้น แม้แต่การทำ Parity Bit ก็ไม่มี ดังนั้นหากมี Hard Disk ตัวใดตัวหนึ่งเสียก็จะทำให้ Logical Drive ที่ถูกสร้างขึ้นมาเสียไปด้วย และก็จะมีผลกระทบต่อไปยังข้อมูลที่ถูกบันทึกเอาไว้


  • RAID 1 - เน้นเรื่องความปลอดภัย

    • RAID 1 จะทำงานโดยการบันทึกข้อมูลทั้งหมดลง Hard Disk ตัวแรก เหมือนการทำงานโดยปกติของ Hard Disk ทั่วไป แต่จะมีการสำรองข้อมูลจากไปยัง Hard Disk ตัวที่สองอยู่ตลอดเวลา (Data Mirroring) เพื่อป้องกันการสูญหายของข้อมูล โดยมีเงื่อนไขว่า Hard Disk ทั้ง 2 ตัวนี้จะต้องขนาดเท่ากันพอดี และหากเป็นไปได้ก็ควรจะเป็น Hard Disk ที่มียี่ห้อ และรุ่นเดียวกัน
    • ข้อดี
      • ข้อมูลจะถูกสำรองไว้ตลอดเวลา ถ้ามี Hard Disk ตัวใดตัวหนึ่งเสียขึ้นมา Hard Disk อีกตัวก็จะขึ้นมาทำงานแทนทันที และถ้าในกรณีที่ Server มีระบบ Hot Swap อยู่ ก็จะทำให้เราสามารถถอด Hard Disk ตัวที่เสีย ไปเปลี่ยน แล้วเอาตัวใหม่มาติดตั้งกลับเข้าไปได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องปิดเครื่อง และทันทีที่เราเอา Hard Disk ตัวใหม่มาติดตั้งกลับเข้าไป ระบบก็จะทำการสำรองข้อมูลจาก Hard Disk ตัวที่มีเหลืออยู่เดิมไปยัง Hard Disk ตัวใหม่โดยอัตโนมัติทันที
    • ข้อเสีย
      • เนื่องจาก RAID 1 ใช้วิธีการสำรองข้อมูลแบบกระจกเงา (Data Mirroring)  ทำให้ทุกครั้งที่มีการบันทึกข้อมูลลงใน Hard Disk ัวแรก ก็จะมีการสำรองข้อมูลไปลงใน Hard Disk ตัวที่สองเสมอ นั่หมายความว่า ระบบจะต้องมีการบันทึกข้อมูลลงใน Hard Disk ถึง 2 ครั้งต่อชุดข้อมูล 1 ชุด ซึ่งก็จะมีผลทำให้ภาระในการบันทึกข้อมูลถูกเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าเมื่อเทียบกับการบันทึกข้อมูลตามปกติ


  • RAID 0 + 1 
    • เป็นการนำเอาข้อดีของ RAID 0 และ RAID 1 มารวมกัน ทำให้มีพื้นที่ในการใช้งานเพิ่มขึ้น (Hard Disk1 + Hard Disk2) และมีการทำสำเนาตามแบบของ RAID 1 พร้อมกันไปด้วย
    • ทั้งนี้ต้องมีนำ Hard Disk มาทำเป็น RAID 0 ก่อนจำนวน 2 ชุดก่อน (Hard Disk 4 ตัว)
      • Logical Drive1
        • Hard Disk1 + Hard Disk2
      • Logical Drive2
        • Hard Disk3 + Hard Disk4
      • ซึ่งจะทำให้ได้ Logical Drive จำนวน 2 ชุด (Logical Drive1 และ Logical Drive2) หลังจากนั้นจึงสร้าง RAID 1 ขึ้นมาอีกทีจาก Logical Drive ทั้ง 2 ชุดนั้น
    • ข้อเสีย
      • หาก Hard Disk ตัวหนึ่งตัวใดเสียขึ้นมา ก็จะมีผลทำให้ Logical Drive ที่เกิดจาก Hard Disk ตัวนั้นเสียตามไปด้วย และในที่สุดก็จะมีผลกระทบต่อการทำงานของระบบทั้งหมด


  • RAID 1 + 0
    • RAID 1 + 0 มีการทำงานคล้ายกับ RAID 0 + 1 เพียงแต่จะเริ่มสร้าง RAID 1 มาก่อน 2 ชุด เพื่อทำการสำรองข้อมูล หลังจากนั้นแล้วจึงค่อยสร้าง RAID 0 ขึ้นมาอีกที เพื่อรวมพื้นที่การทำงานทั้งหมดเข้าด้วยกัน
    • เป็นวิธีที่นิยมมากกว่า RAID 0 + 1
    • ข้อดี
      • ถ้า Hard Disk ตัวไหนเสีย จะไม่ทำให้ Logical Drive เสียไปด้วย (ต่างจาก RAID 0 + 1 โดยสิ้นเชิง)


  • RAID 5
    • RAID 5 เป็นระบบ RAID ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ต้องการ Hard Disk อย่างน้อย 3 ตัวขึ้นไปในการทำงาน
      • โดยการนำพื้นที่ของ Hard Disk แต่ละตัวมาเก็บรวมกันเป็น 1 Logical Drive เหมือนการทำงานของ RAID 0
      • หลังจากนั้นจึงสร้าง Parity Bit เพื่อใช้กู้ข้อมูลของแต่ละ Drive ขึ้นมาหากเกิดข้อผิดพลาด โดยแยกออกไปเขียนใน Drive อื่นๆ เช่น Parity Bit ของ Hard Disk1 จะนำไปไว้ที่ Hard Disk3 ของ Hard Disk3 ก็จะนำไปไว้ที่ Hard Disk2 ส่วนของ Hard Disk2 ก็จะนำไปไว้ที่ Hard Disk1 เป็นต้น


หมายเหตุ:
  • ในการสร้างระบบ RAID ควรใช้ Hard Disk ที่มียี่ห้อและรุ่นเดียวกัน
  • การทำ RAID นั้น ทำได้ทั้งแบบที่ใช้ Hardware และ SoftWare
  • สามารถหาข้อมูลและศึกษาวิธีการสร้างระบบ RAID ด้จากคู่มือการใช้งานของ Hardware และ Software แต่ละตัว  
ขอบคุณภาพประกอบและข้อมูลบางส่วนจาก http://www.raids.co.uk/




ขอขอบคุณบทความจาก http://www.thaiipcamera.com/network/50-info/617--hard-disk-raid.html










































































































..
































































































..

การรักษาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์

27-07-2010


การรักษาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์



  1. ทำการติดตั้ง Antivirus และ Firewall พร้อมทั้ง Update อยู่เสมอๆ
  2. สำหรับ การปิด port แบบง่ายๆก็คือ ตั้งที่ firewall ( Norton Firewall ) โดย port เข้า ให้ตั้งปิดทุก port ที่เป็น port เข้า ส่วน port ออกให้เปิดเฉพาะ port ที่ต้องการใช้ เช่น เปิด port ออกให้ Browser และที่เราต้องปิด port ออก บางส่วนไว้เพราะ เป็นป้องกัน 2 ชั้น ชั้นแรก การปิด port เข้า เป็นการป้องกันการติดไวรัส และ หนอนอินเตอร์เน็ต ชั้นที่ 2 กรณีที่ติด ไวรัส หรือ หนอนแล้ว การปิด port ออก เป็นการป้องกันไม่ให้ส่งข้อมูลออกไป ทำไม่ได้
  3. กำจัดพวก Spyware ด้วยโปรแกรมกำจัด Spyware
  4. อย่าเก็บข้อมูลสำคัญไว้ในเครื่อง ให้ write แผ่นข้อมูล และ เก็บไว้ในที่ปลอดภัยที่สุด ต้องมั่นใจว่าไม่มีใครนำข้อมูลที่คุณ write ไปได้ ทางที่ดีควรเข้ารหัสไว้ เดี๋ยวนี้มีโปรแกรมเข้ารหัสมากมาย ตัวอย่างเช่น WinXP Manager เพราะถ้าถูกนำไปได้ ก็ยังเปิดไม่ได้ทันที
  5. ถ้าจำเป็นต้องเก็บข้อมูลสำคัญไว้ให้ทำการเข้ารหัส file นั้นๆไว้ แต่ก็ควรจำไว้ว่า ถ้าเครื่องติดไวรัส file ที่เข้ารหัสอาจถอดรหัสไม่ได้ มันจะเสีย และถ้าเข้ารหัสแล้ว อย่าใช้โปรแกรม Lock file ต่างๆไป ล็อค file ที่เข้ารหัสไว้อีก เพราะ file ที่เข้ารหัสอาจเสียได้
  6. เวลาใช้งาน internet อย่าใช้ IP เดียวนานๆ โดยเฉพาะเมื่อเข้าไปตอบกระทู้ในที่ต่างๆ
  7. ข้อมูลสำคัญๆในเครื่อง อย่านึกว่าลบแล้วจะลบเลย เพราะสามารถใช้ โปรแกรมกู้ Harddisk กู้ข้อมูลของคุณมาดูได้ วิธีแก้คือ เมื่อทำการลบข้อมูลสำคัญๆแล้ว ให้ format harddisk แล้วลง Windows ใหม่ การลง Windows ใหม่ทำให้กู้คืนข้อมูลไม่ได้ และ ไม่ควร save ข้อมูลลง Harddisk แต่ให้ SAVE ลงแผ่น CD แทน และเวลานำข้อมูลคุณไปเปิดที่เครื่องอื่น ให้เปิดจากแผ่นคุณเท่านั้น และให้เลิกเป็นช่างผู้ใจดี คือ ชอบไป clone โปรแกรมให้คนอื่น เพราะเครื่องที่ถูก clone ให้นั้น สามารถกู้ข้อมูลที่คุณลบไปแล้วขึ้นมาดูได้
  8. ศึกษาหาวิธีที่ปลอดภัยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และอย่าคิดว่าระบบของตัวเองดีที่สุด

ครั้งหนึ่งสมัยผมเรียน Computer
ผมคิดว่าถ้าตั้งระบบของเราให้ ปลอดภัยที่สุด เราก็ไม่ต้องกลัวว่าใครจะสามารถ Hack เครื่องเราได้
ผมจึงถามอาจารย์ว่า ทำไมเราต้องหาวิธีป้องกันระบบเราทุกวัน
อาจารย์ผม ตอบว่า ก็เพราะไม่มีระบบใดปลอดภัยที่สุด
มันอาจจะปลอดภัยที่สุดในวันนี้ แต่วันหน้าไม่ใช่
ก็เหมือนกับที่คุณเคยรู้ว่า การ Format Harddisk คือ การลบข้อมูลที่ปลอดภัยที่สุด
แต่ทุกวันนี้ไม่ใช่ ให้คุณ Format สัก 3 ครั้ง ก็กู้ข้อมูลกลับมาได้
จงจำไว้ว่า ไม่มีระบบรักษาความปลอดภัยใน Computer ใด ปลอดภัยที่สุด
เพราะทุกระบบปฏิบัติการมีช่องว่าง และ หลายโปรแกรม มี Backdoor ที่ผู้สร้างโปรแกรมเขียนไว้
จำไว้ว่า ถ้า Hacker มืออาชีพต้องการ Hack เครื่องคุณ คุณรอดยาก.......
โดยเฉพาะ password นี่ hack ง่ายมากครับ
ผมจะเล่าถึงวิธีการ Hack อย่างง่าย ๆ ให้ฟังว่าเขา ทำกันยังไง
เริ่มแรก hacker ก็จะใช้สายโทรศัพท์ที่อื่น ๆ เช่น เปิดโรงแรมนอกเมือง
จากนั้นก็จะ Remorte ไปยัง Computer เครื่องอื่น ๆ ที่ต้องการนำไป Hack
อาจจะสัก 2-3 ต่อ เพื่อยากแก่การตามค้นหาเพิ่มขึ้น
หลังจากนั้น ก็จะนำ Computer เครื่องที่ Remote ได้ไป Hack อีกที
หรืออาจใช้ proxy หรือ ใช้ โปรแกรมต่างๆช่วย เช่น โปรแกรมที่เปลี่ยน IP
ส่วนการ Hack นั้น Hacker จะทำการ SCAN port ดูว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณเปิด Port ไหนไว้บ้าง
หลังจากนั้น Hacker ก็จะเจาะระบบของคุณ รวมถึงการถอดรหัสของคุณก็ไม่ใช่เรื่องยาก
ใช้เวลาเพียงประมาณไม่เกิน 2 วัน โดยการส่ง packet ไปยัง server เป้าหมาย
เช่น ถามว่า เลข 1 ใช่ไหม ถ้าใช่ ก็ได้ 1 ตัว ถ้าไม่ใช่ก็จะส่งเลข และอักษรอื่นๆไปเรื่อยๆ
เครื่องคอมพิวเตอร์จะทำงานอยู่อย่างนี้ประมาณ 2 วัน
อื่ม...... หรือ เราต้องเปลี่ยนรหัสผ่านกันทุกวันไหมนี่.....
และถึงเครื่องคุณมี Firewall ก็อย่าคิดว่าจะรอด
โปรแกรมพวกนี้ป้องกันแค่มือสมัครเล่นเท่านั้น เพราะการผ่าน Firewall ทำได้หลายวิธี
เช่น การสร้าง Encapsulate มาหุ้มไว้ เพื่อหลอกว่า เป็นโปรโตคอล ICMP
ด้วยเหตุนี้ เราจึงนิยม Disable ICMP กันยังไงครับ

อ่านบทความนี้ ซึ่งเขียนโดย LINKGFX.COM เสร็จ
คงรู้แล้ว ควร Write ข้อมูลสำคัญออกจากเครื่องแล้วใส่เก็บไว้ในที่ปลอดภัย
(แต่บางครั้งที่ ที่เราคิดว่าปลอดภัย ก็อันตรายที่สุด)
เสร็จแล้วก็ Format เครื่องคุณ แล้วลง Windows ใหม่
โดยเฉพาะข้อมูลทางการเงิน หรือข้อมูลที่หาค่าไม่ได้ของคุณ ควรระวังไว้เป็นพิเศษ
พวกรหัสCr.Card หรือ รหัสต่าง ๆ นี่ต้องท่องจำไว้เอง

(ขอขอบคุณ LINKGFX.COM จาก http://linkgfx.com/security.html)

การล็อคหน้าตัวละคร AI

(Updated: Jan. 3rd, 2025)  ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://www.facebook.com/share/p/1KhEg8t1ap/   สูตร "Mascot ล็อกหน้าถาวร" ด้วยเทคนิค ...

Other, you may be interest