แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Windows แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Windows แสดงบทความทั้งหมด

การตั้งเวลาปิดคอมพิวเตอร์ ด้วย cmd ใน Windows

การตั้งเวลาปิดคอมพิวเตอร์ ด้วย Command ใน Windows

(updated: Dec. 31, 2025)

กรณีต้องการเปิด PC (Windows) ทิ้งไว้แค่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง แล้วอยากจะให้เครื่องฯ ปิดตัวเอง สามารถกำหนดค่าได้เองจากเครื่องฯ โดยไม่ต้องหา application โปรแกรม หรือ tools ใด ๆ ดังนี้

 
สิ่งที่ต้องการ :

  • คอมพิวเตอร์พร้อม keyboard และจอภาพ
  • ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows
ขั้นตอน :
  1. เปิด Command Line ของ Windows
    หรือกดปุ่ม Windows แล้วพิมพ์ที่ช่อง Run ว่า cmd แล้วกดปุ่ม Enter เพื่อเรียก Command Line มาใช้งาน
  2. เรียนรู้คำสั่ง
    พิมพฺ์ shutdown ตามด้วย option เพิ่มเข้าไปท้ายคำสั่ง ดังนี้

    shutdown ?s

    shutdown ?s ?f ?t 3600


    เมื่อรู้วิธีใช้แล้ว คราวนี้มาดูว่า มีตัวเลือกที่น่าสนใจอะไรบ้าง
    -? สำหรับเรียกดู help ของคำสั่ง shutdown
    -l (แอล) สำหรับ log off จากชื่อผู้ใช้งานนั้นๆ
    -s สำหรับ shutdown เครื่อง
    -r สำหรับ restart เครื่อง
    -h สำหรับ hibernate เครื่อง
    -a สำหรับยกเลิกคำสั่ง shutdown ที่เราเคยตั้งเวลาไว้ก่อนหน้านี้และกำลังทำงานอยู่
    -f สำหรับสั่งให้โปรแกรมต่างๆที่ทำงานอยู่ปิดลงทันที (Force close) โดยไม่ให้มีการแจ้งเตือนถึงข้อผิดพลาดหรือห้ามการปิดเครื่องด้วยกรณีใดๆทั้งสิ้น
    -t สำหรับตั้งเวลาว่าจะปิดเครื่องในอีกกี่วินาที ซึ่งสามารถตั้งได้ตั้งแต่ 0 วินาที จนถึง 10 ปี แต่ถ้าไม่มีการระบุเวลา ระบบจะมีค่ามาตรฐานให้ที่ 30 วินาที

  3. เริ่มใช้งาน :
    ตัวอย่างโจทย์ เช่น ถ้าต้องการ shutdown เครื่องในอีก 1 ชั่วโมงข้างหน้า คำสั่งที่จ้องใช้ก็คือ
    • shutdown ?s ?t 3600 นั่นเอง

    แล้วถ้าจะเพิ่มให้มันปิดแบบ force close ก็เพิ่มเข้าไปดังนี้

    shutdown ?s ?f ?t 3600

    แล้วถ้าจะยกเลิกล่ะ ก็ตามนี้เลย

    shutdown ?a

    แต่ถ้ามีการตั้งเวลาไว้แล้ว จะไม่สามารถตั้งทับลงไปได้นะครับ ต้องสั่งยกเลิกอันเก่าเสียก่อน

    และเมื่อเราได้กด enter เพื่อสั่งการไปแล้ว ก็จะมีบอลลูนเด้งขึ้นมาที่ taskbar เพื่อบอกว่าเครื่องเราจะปิดลงในอีก xx นาทีตามที่เราตั้งไว้ครับ ง่ายๆแค่นี้เอง






    (ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://notebookspec.com/trick-การตั้งเวลาปิดคอมแบบง/159070/)

Command : Systeminfo

2559-07-10
Dos Command : Systeminfo.exe
(ข้อมูลจาก วารสารของ IT City ต.ค.2547)

Systeminfo เป็น Command สำหรับบอกข้อมูลของ Windows ในเครื่องคอมพิวเตอร์
โดยจะบอกรายละเอียดทุกอย่าง ตั้งแต่ชื่อเครื่องฯ เวอร์ชั่นของ Windows วันที่ติดตั้ง Windows ยี่ห้อของเครื่องฯ ขนาด Bit ของ CPU เวอร์ชั่นของ Bios ขนาดของ Memory หรือ Time Zone, Network Card หรือ Hot Fix ที่ลงเพิ่ม เป็นต้น
(ตัวอย่างตามภาพ)




(ขอขอบคุณข้อมูลจาก วารสารของ IT City ฉบับเดือนตุลาคม พ.ศ.2547)

Photo Scape

Software ตัวนี้ชื่อ Photo Scape ครับ

เป็นชุดโปรแกรมที่มีี่ความสามารถในเบื้องต้นเกี่ยวกับการทำงานเกี่ยวกับภาพไม่แพ้ใครเลย
ไม่ว่า จะเป็นการปรับสีภาพในเบื้องต้น การรวมภาพ การทำ Gif Animationเบื้องต้น
การใส่ลูกเล่น เล็ก ๆ น้อย ๆ ลงในภาพ การตัดภาพการแต่งภาพเบื้องต้น ฯลฯ
ที่สำคัญ เป็นฟรีแวร์ครับ

Download ที่นี่เลย

หรือถ้า Link ข้างบนเสีย ลอง Search ค้นหาใน Google กันดูครับ
เพราะเวปอาจเปลี่ยนชื่อ หรือเปลี่ยน link ไปได้

บรรยายเอง อาจไม่เอาไหน

เลยขออนุญาตนำบทความจากเวปชาวบ้านมาเรียบเรียงใหม่ให้อ่านกัน


*****************************************************

(ที่มา..บอร์ดของเวป"เย็นตาโฟ"  http://webboard.yenta4.com/topic/225757)

PhotoScape  มีดีที่ใช้ง่าย แถมยัง Mix รูปหลายๆ รูป เอาไว้ได้ในเฟรมเดียว ,
รีไซส์ก็ได้ แต่งแสงแต่งสี, ทำซีเปีย, ทำขาวดำ,
แคปหน้าจอแบบที่จะเลือกได้ว่า จะแคปแบบเต็มเฟรม หรือว่าแบบเฉพาะหน้าต่าง
แบบไม่ติด TaskBar ด้วย

รวมไปถึงทั้ง Rename เป็นไฟล์ที่เป็น Raw File ก็ได้ด้วย
เปลี่ยนจาก Raw ให้เป็น JPG ก็ได้ด้วย,
ทำภาพเคลื่อนไหว (Gif Animation) ได้ด้วย เหมือน imageready
โปรแกรมนี้ทำได้หมดเลย สารพัดประโยชน์มากมาย แถมไฟล์ยังเล็กแค่ 10 MB
เท่านั้น

ดาวโหลด PhotoScape Click!!!
หรือ http://www.photoscape.org/ps/main/download.php

พอดาวโหลดแล้ว ดำเนินการติดตั้งให้เรียบร้อย แล้วมาเริ่มรู้จักโปรแกรม
PhotoScape กัน


















วิวัฒนาการ Windows

01-08-2010

วิวัฒนาการ Windows

Windows 1.0
Windows 1.0 เป็น OS แบบ 16 bit ที่มี GUI ตัวแรกของ Microsoft
ออกวางขายในวันที่ 20 พฤศจิกายน 1985 ในรูปแบบของ Floppy Disk โดยผู้ใช้ต้องลง DOS ก่อน แล้วถึงลง Windows 1.0 ตามอีกที
สามารถรันโปรแกรมของ DOS แบบ Multitasking ได้โดยมีข้อจำกัดบางอย่าง
ต้องการ Ram ขั้นต่ำ 384 KB (แนะนำ 512 KB)
Windows 1.0 มี Shell ชื่อ MS-DOS Executive
โปรแกรมที่มาพร้อมกับ OS ก็มีพวก Calculator, Calendar, Cardfile, Clipboard viewer, Clock, Control Panel, Notepad, Paint,Reversi, Terminal, และ Write


Windows 2.0
Windows 2.0 ก็ยังเป็น 16 bit อยู่
ออกวางจำหน่ายในปี 1988 แถมมากับคอมพิวเตอร์ของ AT&T ในฐานะของโปรแกรมทดสอบสำหรับสถานศึกษา
Windows 2.0 เริ่มมีระบบ Plug & Play แล้ว
สิ่งที่พัฒนาจาก Windows 1.0 คือสามารถลาก Application ที่รันอยู่ไปวางซ้อนกันได้ มี Keyboard Shortcut และมีปุ่ม Minimize/Maximize หน้าต่าง


Windows 3.0
Windows 3.0 ออกจำหน่ายในวันที่ 22 พฤษภาคม 1990
เป็น Windows รุ่นแรกที่ประสบความสำเร็จอย่างกว้างขวาง และสามารถฟาดฟันกับ OS เจ้าถิ่นในสมัยนั้นอย่าง Apple Macintosh ได้
Windows 3.0 มี Protected/Enhanced mode เพื่อให้ Applicaton ของ Windows สามารถใช้ Memory เยอะได้มากกว่าที่ DOS จัดมาให้ (ยังรันบน DOS อยู่)


Windows 3.1X
เชื่อว่าหลายคนคงเคยใช้กัน สำหรับ Windows ตัวนี้
Windows 3.1X ออกมาสานต่อความสำเร็จของ Windows 3.0
โดยออกจำหน่ายในเดือนมีนาคม 1992 Windows 3.1X ออกแบบมาโดยใช้โทนสีชื่อ Hotdog Sand ซึ่งประกอบด้วยสีหลักๆ คือ แดง เหลือง ดำ เพื่อช่วยให้คนที่ตาบอดสีในระดับหนึ่งสามารถมองตัวอักษร, ภาพได้สะดวกขึ้น
Windows for Workgroups 3.1 ออกมาในเดือนตุลาคม 1992 โดยเพิ่มเติมในส่วนของการสนับสนุนระบบเครือข่าย


Windows 3.11 NT
Windows 3.11 NT เป็น Windows ตัวแรกของสาย NT โดยเน้นในทาง Server กับทางธุรกิจ
ออกจำหน่ายในวันที่ 27 กรกฎาคม 1993
ออกจำหน่ายด้วยกัน 2 รุ่นคือ Windows NT 3.1 กับ Windows NT Advanced Server
Windows 3.11 NT มีระบบความปลอดภัยในการรัน Application ที่เข้มงวดขึ้น โปรแกรมไหนที่ติดต่อกับ Hardware โดยตรง หรือยังใช้ Driver ของระดับ DOS อยู่ จะไม่อนุญาตให้รัน ทำให้ระบบมีความเสถียรขึ้นกว่าเดิมมาก
นอกจากนี้ยังมีการเพิ่ม Win32 ซึ่งเป็น API แบบ 32 bit


Windows 95
Windows 95 เป็น OS ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของ Microsoft
ออกจำหน่ายในวันที่ 24 สิงหาคม 1995 เริ่มแยกตัวออกจาก DOS แล้ว (ยังมีหลงเหลือการใช้งาน Code บางส่วนจาก DOS อยู่)
โดย Microsoft ได้ออก MS-DOS 7.0 ซึ่งเป็น DOS รุ่นปรับปรุงความสามารถเพื่อให้รองรับ Windows ใน Windows 95 นี้
มีการปรับปรุง User Interface เป็นแบบใหม่ โดยแทบจะไม่เหลือสิ่งเดิมๆ ที่เคยมาจาก Windows รุ่นก่อนๆ
สิ่งใหม่ๆ ที่เพิ่มเข้ามาก็ได้แก่ Taskbar, Start button ,Start menu, และมี Windows Explorer เอาไว้จัดการไฟล์
Windows 95 รองรับการตั้งชื่อไฟล์ได้สูงสุด 255 ตัวอักษร รวมนามสกุล (ใน Windows รุ่นก่อนๆ ตั้งชื่อไฟล์ในระบบ 8.3 คือชื่อไฟล์ 8 ตัว นามสกุลอีก 3 ตัว ซึ่งเป็นข้อจำกัดมาจาก DOS) มีการทำงานแบบ 32 bit Multitasking


Windows 98
Windows 98 ออกจำหน่ายในวันที่ 24 มิถุนายน 1998
มีการนำเอา Interface แบบ Web มาใส่ใน Windows และยัดเยียด Internet Explorer 4 มาให้ใช้พร้อม
โดยตอนแรกจะให้มาแทน Windows 95 แต่ไปๆ มาๆ Windows 98 รุ่นแรกกลับมีปัญหามาก การใช้งานก็ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ แถมตอนงานเปิดตัวก็ดันไปขึ้นจอฟ้าโชว์สาธาณชนอีกต่างหาก
งานนี้เลยต้องออก Windows 98 SE (Second Edition) ออกมาแก้ตัวในวันที่ 5 พฤษภาคม 1999
โดยแก้บั๊ก และปรับปรุงประสิทธิภาพ เพิ่มเติมการรองรับ USB และอัพเกรด IE เป็นรุ่น 5.0


Windows 2000
Windows 2000 พัฒนาจาก Windows NT 4
ตอนแรกใช้ชื่อ Windows NT 5 แต่ด้วยกระแสปี 2000 ก็เลยเปลี่ยนชื่อเป็น Windows 2000
โดยวางเป้าหมายไว้ที่กลุ่มผู้ใช้ด้วนธุรกิจ,Notebook ,และ Server
ออกวางจำหน่ายในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2000 มีออกมาทั้งหมด 4 รุ่น คือ Professional, Server, Advanced Server, และ Datacenter Server
ในปี 2001 ก็ออก Windows 2000 Advanced Server Limited Edition และ Windows 2000 Datacenter Server Limited Edition เพื่อมารันบน CPU Intel Itanium ซึ่งเป็น CPU 64-bit
โดย Microsoft ตั้งความหวังให้ Windows 2000 เป็น Windows ที่มีความปลอดภัยและมีเสถียรภาพมากที่สุด แต่มันกลับตกเป็นเป้าหมายของไวรัสตัวแรงๆ โดยเฉพาะ Nimda กับ Code Red


Windows Millennium Edition (ME)
Windows Millennium Edition พัฒนามาจากสาย Windows 9x โดยตั้งชื่อเกาะกระแสปี 2000 อีกตามเคย
Windows ME เป็น OS ลูกผสม 16-bit/32-bit
ออกวางจำหน่ายในวันที่ 14 กันยายน 2000 โดยมาพร้อมกับ Internet Explorer 5.5, Windows Media Player 7, และ Windows Movie Maker (มี System Restore ด้วย)
โดยปรับปรุง User Interface ให้ดูคล้ายๆ Windows 2000 ซึ่งผลตอบรับของ Windows ME คือถูกด่าแหลกราญ ทั้งเรื่องบั๊กมากมายมหาศาล
และการที่มันแทบจะไม่มีอะไรเพิ่มเติมจาก Windows 98 SE เลย นอกจาก Interface กับโปรแกรมใหม่ๆ (ซึ่งตอนนั้น IE 5.5 กับ WMP7 ก็ดาวน์โหลดได้ฟรีๆ จากเว็บ Microsoft) แถมกระแส Millenium ก็ใกล้จะหายแล้ว (มันออกมาขายช่วงท้ายปี) คนก็เลยไม่รู้ว่ามันจะออกมาทำเพื่ออะไร


Windows XP
Windows XP เป็นการรวมสายการพัฒนา ของ Windows 9x กับ NT เข้าด้วยกัน
ออกวางจำหน่ายในวันที่ 25 ตุลาคม 2001 ถ้านับตั้งแต่วันที่วางขายถึงตอนเดือนมกราคมปี 2006 ก็ขายได้มากกว่า 400 ล้านชุดแล้ว (ไม่รวมของเถื่อนอีก) ได้รับความนิยมสูงมาก และครองตลาดอยู่นานมากๆ จนเรียกได้ว่า OS ของคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ในโลกนี้เป็น Windows XP
โดย Windows XP เน้นการใช้งานส่วนบุคคล ชื่อ XP มาจากคำว่า Experience ซึ่งหมายถึง ประสปการณ์ โดย Microsoft บอกว่า ผู้ใช้จะได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ จากการใช้ Windows XP ซึ่งคำพูดนี้เป็นจริงแค่ไหน เราทุกคนคงรู้กันดี
Windows XP ออกมาแทนที่ Windows 2000 กับ Windows ME ได้สมบูรณ์ภายในเวลาไม่กี่ปี ซึ่งตอนแรกๆ ก็มีคำตำหนิเรื่องการทำงานอยู่บ้าง แต่หลังจากออก Service Pack 2 ในปี 2004 ที่เพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยเข้ามา มันก็กลายเป็น OS ที่ครองตลาด PC ไปเลย
Windows XP มีออกมา 2 รุ่น คือ Windows XP Home กับ Windows XP Professional และมี Windows XP Media Center ตามออกมาทีหลังโดยเน้นความบันเทิงเป็นหลัก
การเปลี่ยนแปลงของ Windows XP ที่เห็นได้ชัดที่สุดก็เป็นเรื่องของ User Interface
โดยเปลี่ยนจากแบบเหลี่ยมๆ เทาๆ มันเป็นแบบหน้ามน มีสีสันสดใส รวมทั้ง Icon ต่างๆ ก็ถูกเปลี่ยนใหม่ แสดงสีสันได้มากขึ้น
Windows XP มาพร้อมกับ Internet Explorer 6 ที่ไม่มีวันตาย และ Windows Media Player 8 (อัพเป็น 9 ใน SP2)


Windows Vista
Windows Vista แต่เดิมใช้ชื่อว่า Longhorn
มีการพัฒนาอย่างยาวนาน จนในที่สุดก็ออกมาวางขายในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2006 พร้อมกับเสียงก่นด่านับไม่ถ้วน ตั้งแต่เรื่องกินสเปค ทำงานช้า Error บ่อย ไม่ Support โปรแกรมเก่าๆ ฯลฯ ถึงแม้จะมีการออก Service Pack มาแก้ปัญหาถึง 2 ตัว จนมันทำงานได้ดีแล้ว
แต่ชื่อ Windows Vista ก็จะถูกจดจำไปอีกนานในฐานะ Windows ที่ล้มเหลวที่สุดของ Microsoft
Windows Vista พัฒนาจาก XP ไปเยอะมาก
ทั้งเรื่องระบบความปลอดภัย มีการใส่ User Account Control เข้ามา เพื่อสร้างความปลอดภัย และความรำคาญให้กับผู้ใช้
Windows Aero ขอบหน้าต่างใสๆ
ปรับปรุง และเพิ่มโปรแกรมด้าน Multimedia เช่น Windows Media Player 10,Windows DVD Maker ปรับปรุงระบบ API ใส่ .NET 3.0 มาให้ด้วยเลย
และด้าน Network ก็มาพร้อมกับ Internet Explorer 7 ที่ไม่มีใครอยากใช้


Windows 7
จากความล้มเหลวใน Vista ทำให้ Microsoft แก้ตัวใหม่ โดยรื้อระบบใหม่เยอะมากๆ ปรับปรุงด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยให้ดีขึ้นไปอีก กินแรมน้อยลงกว่า Vista มาก
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดของ Windows 7 คือ Taskbar แบบใหม่ ที่เรียกว่า Superbar
นอกนั้น ก็เป็นการเพิ่มความสามารถใหม่เข้ามา รวมถึงปรับปรุงโปรแกรมเก่าๆ ที่อยู่คู่กับ Windows มาช้านาน เช่น Paint, Wordpad, Calculator
โดย Windows 7 ได้รับคำชมจากผู้ใช้มา ตั้งแต่ออกตัว Beta มาแล้ว
และหลังจากออกตัว RC 1 มาให้ใช้กันฟรี ๆ ถึง 1 ปี Windows 7 ก็ประสบความสำเร็จตั้งแต่วันแรกที่ออกวางจำหน่ายในวันที่ 29 ตุลาคม 2009
โดยคาดว่าในอีกไม่นาน Windows 7 จะมาเป็น OS หลักสำหรับ PC แทนที่ Windows XP ที่จะมีอายุครบ 10 ปี ในปีหน้า


(ขอขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก http://www.kulasang.net/webboard/viewthread.php?tid=41968&extra=&page=1)
...

การรักษาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์

27-07-2010


การรักษาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์



  1. ทำการติดตั้ง Antivirus และ Firewall พร้อมทั้ง Update อยู่เสมอๆ
  2. สำหรับ การปิด port แบบง่ายๆก็คือ ตั้งที่ firewall ( Norton Firewall ) โดย port เข้า ให้ตั้งปิดทุก port ที่เป็น port เข้า ส่วน port ออกให้เปิดเฉพาะ port ที่ต้องการใช้ เช่น เปิด port ออกให้ Browser และที่เราต้องปิด port ออก บางส่วนไว้เพราะ เป็นป้องกัน 2 ชั้น ชั้นแรก การปิด port เข้า เป็นการป้องกันการติดไวรัส และ หนอนอินเตอร์เน็ต ชั้นที่ 2 กรณีที่ติด ไวรัส หรือ หนอนแล้ว การปิด port ออก เป็นการป้องกันไม่ให้ส่งข้อมูลออกไป ทำไม่ได้
  3. กำจัดพวก Spyware ด้วยโปรแกรมกำจัด Spyware
  4. อย่าเก็บข้อมูลสำคัญไว้ในเครื่อง ให้ write แผ่นข้อมูล และ เก็บไว้ในที่ปลอดภัยที่สุด ต้องมั่นใจว่าไม่มีใครนำข้อมูลที่คุณ write ไปได้ ทางที่ดีควรเข้ารหัสไว้ เดี๋ยวนี้มีโปรแกรมเข้ารหัสมากมาย ตัวอย่างเช่น WinXP Manager เพราะถ้าถูกนำไปได้ ก็ยังเปิดไม่ได้ทันที
  5. ถ้าจำเป็นต้องเก็บข้อมูลสำคัญไว้ให้ทำการเข้ารหัส file นั้นๆไว้ แต่ก็ควรจำไว้ว่า ถ้าเครื่องติดไวรัส file ที่เข้ารหัสอาจถอดรหัสไม่ได้ มันจะเสีย และถ้าเข้ารหัสแล้ว อย่าใช้โปรแกรม Lock file ต่างๆไป ล็อค file ที่เข้ารหัสไว้อีก เพราะ file ที่เข้ารหัสอาจเสียได้
  6. เวลาใช้งาน internet อย่าใช้ IP เดียวนานๆ โดยเฉพาะเมื่อเข้าไปตอบกระทู้ในที่ต่างๆ
  7. ข้อมูลสำคัญๆในเครื่อง อย่านึกว่าลบแล้วจะลบเลย เพราะสามารถใช้ โปรแกรมกู้ Harddisk กู้ข้อมูลของคุณมาดูได้ วิธีแก้คือ เมื่อทำการลบข้อมูลสำคัญๆแล้ว ให้ format harddisk แล้วลง Windows ใหม่ การลง Windows ใหม่ทำให้กู้คืนข้อมูลไม่ได้ และ ไม่ควร save ข้อมูลลง Harddisk แต่ให้ SAVE ลงแผ่น CD แทน และเวลานำข้อมูลคุณไปเปิดที่เครื่องอื่น ให้เปิดจากแผ่นคุณเท่านั้น และให้เลิกเป็นช่างผู้ใจดี คือ ชอบไป clone โปรแกรมให้คนอื่น เพราะเครื่องที่ถูก clone ให้นั้น สามารถกู้ข้อมูลที่คุณลบไปแล้วขึ้นมาดูได้
  8. ศึกษาหาวิธีที่ปลอดภัยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และอย่าคิดว่าระบบของตัวเองดีที่สุด

ครั้งหนึ่งสมัยผมเรียน Computer
ผมคิดว่าถ้าตั้งระบบของเราให้ ปลอดภัยที่สุด เราก็ไม่ต้องกลัวว่าใครจะสามารถ Hack เครื่องเราได้
ผมจึงถามอาจารย์ว่า ทำไมเราต้องหาวิธีป้องกันระบบเราทุกวัน
อาจารย์ผม ตอบว่า ก็เพราะไม่มีระบบใดปลอดภัยที่สุด
มันอาจจะปลอดภัยที่สุดในวันนี้ แต่วันหน้าไม่ใช่
ก็เหมือนกับที่คุณเคยรู้ว่า การ Format Harddisk คือ การลบข้อมูลที่ปลอดภัยที่สุด
แต่ทุกวันนี้ไม่ใช่ ให้คุณ Format สัก 3 ครั้ง ก็กู้ข้อมูลกลับมาได้
จงจำไว้ว่า ไม่มีระบบรักษาความปลอดภัยใน Computer ใด ปลอดภัยที่สุด
เพราะทุกระบบปฏิบัติการมีช่องว่าง และ หลายโปรแกรม มี Backdoor ที่ผู้สร้างโปรแกรมเขียนไว้
จำไว้ว่า ถ้า Hacker มืออาชีพต้องการ Hack เครื่องคุณ คุณรอดยาก.......
โดยเฉพาะ password นี่ hack ง่ายมากครับ
ผมจะเล่าถึงวิธีการ Hack อย่างง่าย ๆ ให้ฟังว่าเขา ทำกันยังไง
เริ่มแรก hacker ก็จะใช้สายโทรศัพท์ที่อื่น ๆ เช่น เปิดโรงแรมนอกเมือง
จากนั้นก็จะ Remorte ไปยัง Computer เครื่องอื่น ๆ ที่ต้องการนำไป Hack
อาจจะสัก 2-3 ต่อ เพื่อยากแก่การตามค้นหาเพิ่มขึ้น
หลังจากนั้น ก็จะนำ Computer เครื่องที่ Remote ได้ไป Hack อีกที
หรืออาจใช้ proxy หรือ ใช้ โปรแกรมต่างๆช่วย เช่น โปรแกรมที่เปลี่ยน IP
ส่วนการ Hack นั้น Hacker จะทำการ SCAN port ดูว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณเปิด Port ไหนไว้บ้าง
หลังจากนั้น Hacker ก็จะเจาะระบบของคุณ รวมถึงการถอดรหัสของคุณก็ไม่ใช่เรื่องยาก
ใช้เวลาเพียงประมาณไม่เกิน 2 วัน โดยการส่ง packet ไปยัง server เป้าหมาย
เช่น ถามว่า เลข 1 ใช่ไหม ถ้าใช่ ก็ได้ 1 ตัว ถ้าไม่ใช่ก็จะส่งเลข และอักษรอื่นๆไปเรื่อยๆ
เครื่องคอมพิวเตอร์จะทำงานอยู่อย่างนี้ประมาณ 2 วัน
อื่ม...... หรือ เราต้องเปลี่ยนรหัสผ่านกันทุกวันไหมนี่.....
และถึงเครื่องคุณมี Firewall ก็อย่าคิดว่าจะรอด
โปรแกรมพวกนี้ป้องกันแค่มือสมัครเล่นเท่านั้น เพราะการผ่าน Firewall ทำได้หลายวิธี
เช่น การสร้าง Encapsulate มาหุ้มไว้ เพื่อหลอกว่า เป็นโปรโตคอล ICMP
ด้วยเหตุนี้ เราจึงนิยม Disable ICMP กันยังไงครับ

อ่านบทความนี้ ซึ่งเขียนโดย LINKGFX.COM เสร็จ
คงรู้แล้ว ควร Write ข้อมูลสำคัญออกจากเครื่องแล้วใส่เก็บไว้ในที่ปลอดภัย
(แต่บางครั้งที่ ที่เราคิดว่าปลอดภัย ก็อันตรายที่สุด)
เสร็จแล้วก็ Format เครื่องคุณ แล้วลง Windows ใหม่
โดยเฉพาะข้อมูลทางการเงิน หรือข้อมูลที่หาค่าไม่ได้ของคุณ ควรระวังไว้เป็นพิเศษ
พวกรหัสCr.Card หรือ รหัสต่าง ๆ นี่ต้องท่องจำไว้เอง

(ขอขอบคุณ LINKGFX.COM จาก http://linkgfx.com/security.html)

การแก้ไขปัญหาบน Windows # 14

20-07-2010

  • หยุดการใช้งานโปรแกรมที่ทำงานตลอดเวลา

หยุดการใช้งานโปรแกรมที่ทำงานตลอดเวลา เช่น โปรแกรม WinAMP, WinAMP Agent, Screensaver หรือพวกโปรแกรม Power Management ใน Control Panel
โดยให้ทำการตั้งค่าให้เป็น Never ให้หมด
ทำการปิดส่วน Active Desktop ด้วย โดยเฉพาะผู้ที่รันไฟล์ Gif ที่มีการขยับไปมาได้
ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหา โดยมีขั้นตอนดังนี้
  • คลิกขวาบนพื้นที่ว่างในส่วนของ Desktop แล้วเลือกไปที่ Properties คลิกไปที่แท็บ Web
  • คลิกเครื่องหมายถูหน้าตัวเลือก View my Active... ออก
  • จากนั้นคลิกปุ่ม OK 
เพียงเท่านี้ก็สามารถปิดส่วน Active Desktop ได้แล้ว

เมื่อทำขั้นตอนต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว ก็ให้เริ่มต้นทำการ ScanDisk เพื่อตรวจหาว่ามีส่วนใดของ HDD เสียหรือผิดปกติ
หลังจากทำการ ScanDisk เสร็จ จึงค่อยทำการ Defrag เพื่อจัดข้อมูลให้เป็นระเบียบในการเรียกใช้ครั้งต่อไป

อีกวิธีในการแก้ไขปัญหา ก็เพียงทำการ Defrag และ ScanDisk ใน Safe Mode เท่านั้น
ซึ่งขั้นตอนในการเข้าสู่ส่วน Safe Mode สามารถทำได้ดังนี้
  1. โดยตอนเปิดเครื่อง ก่อนเริ่มขึ้น Logo หน้าจอ Starting Windows ให้กดปุ่ม F8 บนคีย์บอร์ดรัว ๆ
  2. จากนั้นเลือกตัวเลือกที่ระบุว่า Safe Mode โดยการกดปุ่มบนคีย์บอร์ด เพื่อเข้าสู่ SafeMode แล้วทำการ Defrag หรือ Scandisk ตามปกติ


(ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.kulasang.net/webboard/viewthread.php?tid=9268&extra=page%3D1)

การแก้ไขปัญหาบน Windows # 13

20-07-2010

  • ปัญหาในการ Defragment

คำถาม...

ทำไมการ Scandisk ในวินโดวส์ 98 จึงใช้เวลานานมาก
และเมื่อทำการ Defragment ข้อมูลใน Harddisk เมื่อถึง 11 % แล้วปรากฎว่าโปรแกรมมันจะกลับมาเริ่มต้นใหม่ทุกครั้ง


คำตอบ...

คำถามนี้มักพบมากเป็นพิเศษซึ่งอาการ Run Program Scandisk แล้วขึ้นคำประมาณว่า Scandisk has restarted 10 time because windows or another program has been writing to this drive. Quitting some running programs may enable Scandisk to finish sooner.
หรือเมื่อทำการ Defrag ได้ไม่กี่ % ก็จะกลับมาตั้งต้นที่ 0% ใหม่
ปัญหานี้เกิดจากการที่คุณยังไม่ได้ทำการปิดโปรแกรมที่ยังทำงานอยู่ในขณะนั้น หรือโปรแกรมที่ฝังตัวอยู่ในหน่วยความจำบางโปรแกรม ที่มีการตรวจเช็คสถานะบางอย่างบ่อย ๆ เช่น โปรแกรม ICQ Netdetect Agent เป็นต้น
จึงทำให้ Harddisk ของเราทำงานโยกย้ายข้อมูลอยู่ตลอดเวลาที่ Scandisk หรือทำการ Defrag ซึ่งการแก้ไขสามารถทำได้ดังนี้

ทำการปิดโปรแกรมที่ใช้งานใน TaskBar ให้หมดก่อน เช่น Scheduled Task, V Shield, RemoveIT เป็นต้น โดยมีขั้นตอนดังนี้
  • เข้าไปที่ System Configuration Utility โดยการคลิกปุ่ม Start แล้วเลือกไปที่ Programs>Accessories>System tools>System Information
  • เลือกเมนูคำสั่ง Tools>System Configuration Utility 
  • ที่แท็บ General ให้คลิกเครื่องหมายถูกหน้าตัวเลือก Diagnostics startup... ในส่วนของ Starup selection 
  • แล้วคลิกปุ่ม OK ก็สามารถทำการปิดโปรแกรมที่ใช้งานในTaskBar ได้แล้ว



(ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.kulasang.net/webboard/viewthread.php?tid=9268&extra=page%3D1)

การแก้ไขปัญหาบน Windows # 12

20-07-2010

  • ใช้ปุ่ม (~) เปลี่ยนตัวอักษรในโปรแกรมออฟฟิศไม่ได้

คำถาม...

ผมได้ลงโปรแกรมวินโดวส์ ME ทับวินโดวส์ 98 แล้วปรากฎว่า
เวลาเปลี่ยนตัวอักษรจากไทยเป็นอังกฤษ หรืออังกฤษเป็นไทยในโปรแกรมออฟฟิศ ซึ่งเมื่อก่อนใช้ปุ่มบนซ้าย (~) ได้ แต่ปัจจุบันใช้ปุ่มนี้เปลี่ยนตัวอักษรไม่ได้แล้ว ต้องใช้ ซึ่งไม่สะดวกมาก ๆ 
ลองเข้าไปแก้ที่ Control Panel ในหมวด Keyboard แล้วก็ยังไม่ดีขึ้น
หรือลงโปรแกรม Office 97 ใหม่ ก็ยังใช้ไม่ได้เหมือนเดิม
ขอให้ช่วยแนะนำวิธีแก้ไขด้วยครับ เป็นเช่นนี้ทั้งหมดเลยไม่ว่าจะเป็นโปรแกรม Word หรือ Excel



คำตอบ...

ที่เป็นอย่างนี้ เพราะวินโดวส์ ME มีการกำหนดค่าแป้นพิมพ์ลัดไม่เหมือนอย่างที่เราคุ้ยเคย
ซึ่งขั้นตอนการแก้ไขนั้น ให้เข้าไปแก้ไขค่าใน Control Panel โดยสามารถทำได้ดังนี้
  • เข้าไปที่ Control Panel โดยการคลิกปุ่ม Start เลือกไปที่ Settings>Control Panel ดับเบิ้ลคลิกที่ตัวเลือก Keyboard 
  • คลิกที่แท็บ Language 
  • คลิกเครื่องหมายถูกหน้าตัวเลือกด้านล่างทั้ง 2 ตัว 
  • คลิกปุ่ม OK 
เพียงเท่านี้ก็สามารถแก้ไขปัญหาได้แล้ว


(ขอขอบคุณข้อมุลจาก http://www.kulasang.net/webboard/viewthread.php?tid=9268&extra=page%3D1)

การแก้ไขปัญหาบน Windows # 11

19-07-2010


  • ทำไมอยู่ ๆ ไฟล์ในเครื่องเพิ่มมากขึ้น

คำถาม...

เมื่อใช้คอมพิวเตอร์ไปนาน ๆ ทำไมจึงมีไฟล์เกิดขึ้นมากมาย และไฟล์ไหนบ้างที่สามารถลบได้


คำตอบ...

หลังจากที่ใช้คอมพิวเตอร์ไปช่วงหนึ่ง วินโดวส์จะมีการสร้างไฟล์ขึ้นมาเอง เช่น ไฟล์.tmp
หรือ ถ้าทำการลงโปรแกรมบางโปรแกรม โปรแกรมเหล่านั้นก็อาจสร้างไฟล์ขึ้นมาให้เอง เช่น ไฟล์ .bak เป็นต้น
ฉะนั้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไมจึงมีไฟล์เกิดขึ้นมาเองมากมาย

โดยไฟล์ที่สามารถลบได้โดยไม่มีผลกระทบตามมา ก็ได้แก่ไฟล์ที่มีนามสกุลต่อไปนี้ .tmp, .BAK, .$$$, .chk, .PCC, ไฟล์ Autoexec และ Config ยกเว้นไฟล์ Autoexec.bat และ Config.sys ห้ามลบเด็ดขาด
เพราะเป็นไฟล์ที่มีส่วนช่วยในการบู๊ตระบบวินโดวส์
ซึ่งหากไม่มีไฟล์ทั้ง 2 นี้ก็จะพบปัญหาตามมาทันที เช่น บู๊ตเครื่องไม่ขึ้น เป็นต้น ฉะนั้นจึงต้องระมัดระวังให้มาก



(ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.kulasang.net/webboard/viewthread.php?tid=9268&extra=page%3D1)

การแก้ไขปัญหาบน Windows # 10

19-07-2010


  • ช่วยด้วย...โฟลเดอร์และโปรแกรมหายไปไหนหมด

คำถาม...

ทำไม Folder และ Program ต่าง ๆ ของ Windows98 หายไปจากหน้าต่างของ Windows ครับ
เกิดจากอะไร Windows ของผมพังหรือเปล่า
จะทำอย่างไรให้ Folder และ Program ต่าง ๆ ปรากฎขึ้นมาอีกครั้ง


คำตอบ...

ผู้ใช้มือใหม่หลาย ๆ ท่าน หากเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นมาต้องใจเย็น
แล้วค่อย ๆ ไล่หาสาเหตุของปัญหานั้นทีละขั้นตอน
โดยปัญหาลักษณะนี้ อาจเกิดจากการปรับแต่งให้ Windows ทำการซ่อน Icon บน Desktop ทั้งหมด ซึ่งขั้นตอนการแก้ไขก็ให้คุณทำตามดังนี้
  • คลิกปุ่ม Start จากนั้นเลือกไปที่ Settings>Folder Options เลือกไปที่แท็บ View
  • ดูในส่วนของ Visual Settings ว่ามีการเลือกที่ตัวเลือก Hide icons when desktop… หรือเปล่าหากว่ามีการเลือกที่ตัวเลือกนี้อยู่ ให้คลิกเครื่องหมายถูกหน้าตัวเลือกนี้ออก
  • คลิกปุ่ม OK 
เพียงเท่านี้ Icon และ Folder ต่าง ๆ ก็จะปรากฎเหมือนเดิมแล้ว
แต่ถ้าหากว่ายังไม่หาย ให้ลองทำการติดตั้ง Windows ลงไปใหม่ ปัญหาที่เกิดขึ้นก็น่าจะหายไปครับ


(ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.kulasang.net/webboard/viewthread.php?tid=9268&extra=page%3D1)

การแก้ไขปัญหาบน Windows # 9

19-07-2010


  • ลบไฟล์หมดแล้ว แต่ยังปรากฎรายชื่อโปรแกรมในไดอะล็อก Add/Remove Programs
ปัญหาหนึ่งที่อาจพบได้ภายหลังกระบวนการ uninstall นั่นคือ รายชื่อโปรแกรมที่เพิ่งลบทิ้งไปยังคงปรากฎอยู่ในไดอะล็อก Add/Remove Programs

ทางแก้ก็คือ การเข้าไปลบคีย์ใน Registry โดยเรียกโปรแกรม Registry Editor ขึ้นมา
โดยการคลิกปุ่ม Start แล้วเลือกคำสั่ง Run..จากนั้นพิมพ์คำว่า regedit ลงไปในช่อง open
จากนั้นคลิกปุ่ม OK หน้าต่าง Registry Editor ก็จะปรากฎขึ้นมาทันที

จากนั้นเปิดคีย์
HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\Windows \CurrentVersion\Uninstall
แล้วทำการลบซับคีย์ของโปรแกรมที่มีปัญหาทั้งไป
เพียงเท่านี้รายชื่อโปรแกรมที่ค้างอยู่ก็จะถูกลบออกไป


(ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.kulasang.net/webboard/viewthread.php?tid=9268&extra=page%3D1)

การแก้ไขปัญหาบน Windows # 8

19-07-2010

  • ขั้นตอนการลบไฟล์ขยะโดยอัตโนมัติ
คำถาม...

คือ ผมใช้วินโดวส์ 98 อยู่ตอนนี้ ผมต้องการทราบว่าทำอย่างไร จึงจะสามารถลบไฟล์ชั่วคราวที่สิงสถิตอยู่ใน ไดเร็คทอรี C:\Windows\Temp ได้โดยอัตโนมัติ เพราะมีความรู้สึกว่ามันกินเนื้อที่ฮาร์ดดิสก์อย่างมาก จะมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง




คำตอบ...

วิธีการที่ดีที่สุดคือ การเพิ่มบรรทัด del C:\Windows\Temp\*.tmp>nul ลงไปในไฟล์ Autoexec.bat เพื่อให้ดอสลบไฟล์ชั่วคราวเหล่านี้ทุกครั้งที่เปิดเครื่อง โดยมีขั้นตอนดังนี้
  • ดับเบิ้ลคลิกที่ไอคอน My Computer
  • ดับเบิ้ลคลิกที่ไดรว์ C:
  • คลิกขวาที่ไฟล์ Autoexec. Bat แล้วเลือก คำสั่ง Edit
  • พิมพ์คำว่า del C:\Windows\Temp\*.tmp>nul เพิ่มลงไปในบรรทัดใหม่
  • คลิกเมนูคำสั่ง File>Save เพื่อทำการบันทึกค่า 
เพียงเท่านั้นเวลาบู๊ตเครื่องเข้าสู่วินโดวส์ไฟล์ขยะก็จะถูกลบออกไปทุกครั้ง แบบอัตโนมัติ



(ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.kulasang.net/webboard/viewthread.php?tid=9268&extra=page%3D1)

การแก้ไขปัญหาบน Windows # 7

19-07-2010

  • ลบรายชื่อไฟล์ในส่วน Document ได้อย่างไร
ผู้ใช้หลายคนคิดว่าไฟล์ที่อยู่ในรายการ Document ที่ส่วนของเมนู Start นั้น ลบไม่ได้
แต่แท้ที่จริงแล้ว เราสามารถลบรายชื่อเหล่านั้นออกไปจากรายการ Document ได้อย่างง่ายดาย

ซึ่งขั้นตอนการลบไฟล์ในรายการดังนี้
  • คลิกปุ่ม Start แล้วเลือกไปที่ Settings>Taskbar and Start Menu
  • คลิกที่แท็บ Advanced (ถ้าเป็นวินโดวส์ 98 ก็คลิกที่แท็บ Start Menu Program)
  • คลิกปุ่ม Clear 
เพียงเท่านั้นไฟล์ที่อยู่ในรายการ Document ก็จะถูกลบทั้งหมด
คราวนี้ไปทำอะไรไว้ก็ไม่ต้องกลัวคนอื่นจะมาเห็นแล้ว


(ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.kulasang.net/webboard/viewthread.php?tid=9268&extra=page%3D1)

การแก้ไขปัญหาบน Windows # 6

19-07-2010

  • เผลอใช้คำสั่ง Empty Recycle Bin ทำอย่างไรจะกู้ไฟล์คืนมาได้
คำถาม...

พอดีผมเผลอไปลบไฟล์ภายในเครื่องฯ เข้า แล้วดันไปใช้คำสั่ง Empty Recycle Bin ทำให้ไฟล์ใน ถังขยะหายไปหมด จะมีวิธีใดบ้างที่ผมจะสามารถกู้ไฟล์นั้นคืนมา เพราะเคยทราบว่ามีวีธีการทำได้แม้ลบจาก Recycle Bin แล้วก็ตาม






คำตอบ...

บางครั้งเราอาจลืมลบไฟล์สำคัญ ๆ ไป แต่ด้วยความที่คิดว่ามันยังอยู่ในถังขยะ จึงยังไม่ทำการกู้ข้อมูลคืนมา
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ดันลืมก็เลยไปเผลอใช้คำสั่ง Empty Recycle Bin
คราวนี้หลาย ๆ คนไมเกรนคงถามหาเป็นแน่
ฉะนั้น หากว่าจะลบไฟล์อะไร อย่าลืมคิดสักนิด ดูให้ดีก่อนว่าจะยังคงใช้ไฟล์นั้นหรือไม่ เมื่อตรวจสอบเรียบร้อยแล้วจึงลบไฟล์นั้นทิ้งไป

จากปัญหาในข้อนี้ ทางแก้ไขของปัญหานั้น ขอให้ลองหาโปรแกรมที่ชื่อ Lost and Found หรือ recover4all มาใช้ดู (หาได้จากเว็บไซต์; Download.com)
แต่จะกู้ได้ 100% หรือเปล่านั้น ไม่ขอรับรอง...
แต่ผลการทดลองใช้งานดู พบว่า มันสามารถทำการกู้ข้อมูลกลับมาได้พอสมควร
แต่กระนั้น โปรแกรมนี้จะใช้ได้ผลก็ต่อ เมื่อไฟล์นั้น ๆ เพิ่งถูกลบทิ้งไป แต่ถ้าลบทิ้งไป นานแล้วอาจจะไม่ได้คืนมาทั้งหมด หรืออาจไม่สามารถกู้ข้อมูลได้เลย
ฉะนั้นหากเกิดปัญหาลักษณะนี้ ต้องรีบกู้ข้อมูลโดยเร็ว
โดยขึ้นตอนในการกู้จะใช้เวลานานพอสมควร


(ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.kulasang.net/webboard/viewthread.php?tid=9268&extra=page%3D1)

การแก้ไขปัญหาบน Windows # 5

19-07-2010
  • บูตเข้าวินโดวส์ไม่ได้เพราะรีจิสทรีพัง
มีสาเหตุหลายอย่าง ที่ทำให้ไม่สามารถบูตเข้าวินโดวส์ได้
แต่มีอยู่สาเหตุหนึ่งที่ค่อนข้างร้ายแรงและแก้ไขได้ยากคือ สาเหตุที่เกิดจาก Registry พัง

Registry คืออะไร สำคัญขนาดไหน ช่างคอมพิวเตอร์มือใหม่ควรต้องรู้จักและเรียนรู้ไว้
เพราะ Registry มีความสำคัญต่อระบบปฏิบัติการวินโดวส์มาก
แต่ส่วนใหญ่ผู้ใช้มักไม่ค่อยได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับมัน จึงอาจไม่ทราบว่า Registry มีความสำคัญมากทีเดียว
โดย Registry ของวินโดวส์ จะทำหน้าที่เป็นฐานข้อมูลสำหรับวินโดวส์ ที่ใช้ในการจัดเก็บข้อมูลสำหรับโปรแกรมขนาด 32 บิต รวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวกับฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ การกำหนดค่าต่างๆ และการทำงานของผู้ใช้

ดังนั้น หาก Registry เกิดไม่สามารถทำงานได้ หรือล่มขึ้นมา จะทำให้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ทั้งระบบไม่สามารถใช้งานได้ด้วยเช่นกัน

นี่เองจึงเป็นสาเหตุให้ผู้สร้างไวรัสทั้งหลาย เขียนไวรัสขึ้นมาโดยมีเป้าหมายในการโจมตี Registry โดยตรง
นอกจากสาเหตุไวรัสเข้าทำลาย Registry แล้ว การติดตั้งโปรแกรมต่าง ๆ ที่มีปัญหากับ Registry หรือ Registry File ถูกลบทิ้งไป ก็ทำให้เกิดปัญหากับ Registry และระบบวินโดวส์ได้
มีผู้ใช้หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าฮาร์ดดิสก์พัง เนื่องจากไม่สามารถบูตเข้าวินโดวส์ได้ แต่ความจริงแล้วหลายสาเหตุมักเกิดมา จากเจ้ารีจิสทรีนั่นเอง


(ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.kulasang.net/webboard/viewthread.php?tid=9268&extra=page%3D1)

การแก้ไขปัญหาบน Windows # 4

19-07-2010

  • คอมพิวเตอร์ไม่ทำงานเมื่อคุณสั่งชัตดาวน์
คำถาม...
ทำไมคอมพิวเตอร์ของผม จึงหยุดการตอบสนองเอาดื้อ ๆ ทุกครั้งที่ผมทำการปิดระบบวินโดวส์ 98 จะมีวิธีการแก้ไขอย่างไร

คำตอบ...
ปัญหานี้มีพบเห็นได้บ่อยครั้งจากผู้ใช้หลาย ๆ คน
ซึ่งส่วนใหญ่มักตีความเป็นว่าวินโดวส์เสีย สุดท้ายก็ทำการลบวินโดวส์แล้วลงใหม่
แต่ความจริงแล้วสาเหตุที่ทำให้เครื่องหยุดการตอบสนอง เมื่อใช้คำสั่งชัตดาวน์นั้นมากจากหลายสาเหตุ ซึ่งสามารถตรวจสอบว่าเกิดจากสาเหตุอะไรได้ ดังนี้


ตรวจสอบว่าแฟ้มเสียง Exit Windows เสียหายหรือไม่
ถ้าหากว่ามีการตั้งเสียงให้กับวินโดวส์ในส่วนของ Sounds แล้วไฟล์เสียงในส่วนของการออกจากวินโดวส์ (Exit Windows) นั้นเสีย ก็จะทำให้มีปัญหาในการชัตดาวน์ขึ้นมาทันที ซึ่งขั้นตอนการตรวจสอบและทางแก้ไขปัญหาก็มีดังนี้
  1. คลิกปุ่ม Start แล้วเลือกไปที่ Settings>Control Panel จากนั้นดับเบิ้ลคลิกที่ไอคอน Sounds and ...
  2. ที่แท็บ Sound ในส่วนของ Sound Events ให้คลิกที่ตัวเลือก Exit Windows
  3. กำหนดค่าในส่วนของ Name ให้เป็น (None) แล้วคลิกปุ่ม OK เพื่อทำการบันทึกค่า
  4. ทำการทดสอบปิดระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งหากว่าวินโดวส์ 98 ปิดระบบได้อย่างถูกต้อง ปัญหาน่าจะเกิดจากแฟ้มเสียหาย ให้เลือกหนึ่งในปฏิบัติการต่อไปนี้เพื่อแก้ไขปัญหา
    • ทำการก็อปปี้แฟ้มเสียงจากเครื่องอื่นมาใส่
    • ติดตั้งโปรแกรมที่มีแฟ้มเสียงนั้นใหม่อีกครั้ง
    • กำหนดค่าให้เป็น (None) เพื่อไม่ให้มีการเล่นแฟ้มเสียง Exit Windows ต่อไป

ตรวจสอบความสามารถการปิดระบบอย่างรวดเร็ว (Fast shutdown)
การปิดระบบอย่างรวดเร็วเป็นคุณลักษณะใหม่ที่รวมอยู่ในวินโดวส์ 98 เพื่อช่วยลดเวลาที่ใช้ในการปิดระบบคอมพิวเตอร์
อย่างไรก็ตาม คุณลักษณะนี้เข้ากันไม่ได้กับอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์บางอย่าง
และสามารถทำให้คอมพิวเตอร์ของคุณ หยุดการตอบสนองถ้ามีการติดตั้งอุปกรณ์เหล่านี้
หากว่าเครื่องของคุณเกิดปัญหาก็ให้ลองปิดคุณสมบัติดูดังนี้
  1. คลิกปุ่ม Start จากนั้นเลือกไปที่คำสั่ง Run แล้วพิมพ์คำว่า Msconfig ในส่วนของ Open จากนั้นคลิกปุ่ม OK
  2. ที่แท็บ General ให้คลิกปุ่ม Advanced คลิกเครื่องหมายถูกหน้าตัวเลือก Disable fast shutdown จากนั้นคลิกปุ่ม OK เพื่อทำการบันทึกค่า แล้วคลิกปุ่ม Ok อีกครั้ง
  3. รอสักครู่วินโดวส์จะแสดงข้อความให้บู๊ตเครื่องใหม่ ก็ให้คลิกปุ่มเพื่อทำการบู๊ตเครื่องใหม่ได้ทันที 
  4. เมื่อเข้าสู่วินโดวส์อีกครั้ง ให้ลองปิดระบบคอมพิวเตอร์ ถ้าคอมพิวเตอร์ปิดระบบอย่างถูกต้อง คุณลักษณะการปิดระบบอย่างรวดเร็วอาจเข้ากันไม่ได้กับอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์อย่าง น้อยหนึ่ง อย่างที่ติดตั้งอยู่ในคอมพิวเตอร์ของคุณ คราวนี้ก็ไม่จำเป็นต้องทำตามขั้นตอนใด ๆ เพิ่มเติมแล้ว

Shutdown แล้วปรากฎข้อความ “Window protect error”
ทำไมเวลาที่ทำการ shutdown เครื่องคอมพิวเตอร์ จะขึ้นข้อความว่า “Windows protection error system hault” แล้วก็จะให้รีสตาร์เครื่องใหม่ทุกที ไม่ทราบว่าจะแก้ไขอย่างไรดี
ปัญหานี้มักจะเกิดจาการไดรเวอร์ของอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ประเภทการ์ดจอ และเมนบอร์ดเสียเป็นส่วนใหญ่
ซึ่งการแก้ไขทั่วไป ให้เข้าไปดาวน์โหลด ไดรเวอร์ตัวใหม่จากเว็บไซต์ของผู้ผลิต มาแทนไดรเวอร์ตัวเก่า
ส่วนคนที่ใช้การ์ดจอของ Nvidia และใช้ไดรเวอร์ Deternator 3 (6.xx) ก็จะเกิดปัญหานี้ด้วย
เพราะว่า Detemator 3 (6.xx) จะไม่ทำการเคลียร์แรมเมื่อเลิกใช้งาน
เมื่อทำการ shutdown ตัว Windows จะจัดการกับแรมที่ค้างไม่ได้ จึงขึ้นข้อความว่า “Protection Error”
ทางแก้ไข ให้ทำการดาวโหลดไดรเวอร์การ์ดจอของ Nvidia เวอร์ชั่น 7.xx มาใช้งาน ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ Nvidia
แต่ไดรเวอร์ตัวนี้ก็ยังมีปัญหาในการเล่น Mode 3D วิธีแก้ก็ให้คุณทำการรีสตาร์ทใหม่ 1 ครั้ง แล้วค่อยชัตดาวน์ครับ



(ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.kulasang.net/webboard/viewthread.php?tid=9268&extra=page%3D1)

การแก้ไขปัญหาบน Windows # 3

19-07-2010

  • เครื่องหมายคำถามสีเหลืองตรง device manager
หลายคนคงสงสัยว่าในส่วน device manager นั้นมีไว้ทำอะไร
ในส่วนของ device manager มีไว้เพื่อแสดงรายละเอียดของอุปกรณ์ของเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราว่ามี อุปกรณ์อะไรบ้าง และยังเป็นส่วนที่ใช้ในการลงไดรเวอร์ของอุปกรณ์ต่าง ๆ รวม ไปถึงเป็นส่วนที่ใช้ในการแก้ปัญหาการขัดแย้งของอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในเครื่อง

ส่วนคำถามที่ว่า มีเครื่องหมายคำถามสีเหลืองปรากฎอยู่ที่หน้าอุปกรณ์นั้น คืออะไร
เครื่องหมายคำถามสีเหลือหน้าอุปกรณ์นั้น เป็นสัญญลักษณ์แสดงว่าอุปกรณ์ชิ้นนั้นยังไม่ได้ลงไดรเวอร์ ให้ทำการลงไดรเวอร์ให้กับอุปกรณ์ชิ้นนั้นเสียก่อน เมื่อทำการลงไดรเวอร์อุปกรณ์เสร็จแล้ว เจ้าไอคอนรูปสีเหลืองก็จะหายไปเอง
นอกจากนั้น คุณอาจพบกับเครื่องหมายตกใจสีเหลืองด้วย
นั่นแสดงว่าอุปกรณ์ชิ้นนั้นเคยมีการติดตั้งไดรเวอร์ลงไปแล้ว จะเป็นการเตือนว่าคุณได้ใช้ไดรเวอร์ที่ไม่ตรงกับอุปกรณ์ที่มีอยู่ ให้รีบทำการหาไดรเวอร์ของอุปกรณ์ชิ้นนั้นมาทำการติดตั้งเสีย เพราะว่าถ้าไม่ทำการแก้ไขก็จะไม่สามารถใช้งานความสามารถของอุปกรณ์ชิ้นนั้นได้



(ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.kulasang.net/webboard/viewthread.php?tid=9268&extra=page%3D1)

การแก้ไขปัญหาบน Windows # 2

16-07-2010
  • เครื่องบูตขึ้นแต่ไม่สามารถเข้าวินโดวส์ได้
กรณีที่เครื่องคอมพิวเตอร์ได้ผ่านขั้นตอนการ POST แล้ว แต่กลับมาค้างที่หน้าจอแสดงโลโก้วินโดวส์ ทำให้ไม่สามารถบูตเข้าวินโดวส์ได้เลย บางครั้งก็ยังไม่แสดงโลโก้ของวินโดวส์แต่กลับ
มีข้อความแจ้งขึ้นมาว่า “Missing Operation System”

สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาของช่างคอมพิวเตอร์ก็คือ ให้สอบถามพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้ก่อน ว่าได้มีการลบไฟล์ระบบบางตัวออกไปหรือเปล่า ส่วนใหญ่ปัญหานี้มันเกิดจากไฟล์ระบบ COMMAND.COM เสียหายหรือถูกลบทิ้งไป เนื่องจากว่าไฟล์ COMMAND.COM เป็นไฟล์ที่มีหน้าที่เก็บคำสั่งภายในของระบบดอสเอาไว้ เช่น TYPE, COPY, DIR, DEL นอกจากนี้ก็ยังทำหน้าที่ ติดต่อและแปลคำสั่งของผู้ใช้ผ่านคีย์บอร์ด และนำคำสั่งนั้นไปปฏิบัติงาน ซึ่งนับว่าไฟล์ COMMAND.COM นั้นมีความสำคัญต่อระบบปฏิบัติการที่ยังต้องอิงกับระบบดอสอยู่มาก

วิธีแก้ไขก็คือ ให้บูตเครื่องด้วยแผ่น Startup Disk จากนั้น พิมพ์คำสั่ง SYS C: ซึ่งเป็นคำสั่ง ก๊อปปี้ไฟล์ระบบลงไปในไดรฟ์ C: โดยที่ไฟล์ระบบนั้นจะมีไฟล์ COMMAND.COM รวมอยู่ด้วย จากนั้นให้บูตเครื่องขึ้นมาอีกครั้งคราวนี้จะพบว่าสามารถบูตเข้าวินโดวส์ได้ แล้ว

ข้อความผิดพลาดที่ 1 : This program has performed anillegal operation and will be shut down. If the problem persists, contact the program vendor
ข้อความนี้แจ้งว่า โปรแกรมบางตัวมีปัญหา เราคงต้องมานั่งไล่กันว่า โปรแกรมที่ติดตั้งครั้งหลังสุด คือโปรแกรมอะไร แล้วลองลบออกไปโดยการ Add / Remove Program ใน Control Panel หลังจากนั้น จึงติดตั้งใหม่ โดยแนะนำว่าเปลี่ยนแผ่นโปรแกรมที่ใช้ติดตั้งเสียใหม่ เพราะหากใช้แผ่นเก่าอาจเป็นเหมือนเดิมอีก หรือบางครั้งเกิดจากไฟล์โปรแกรมที่ติดตั้งครั้งหลังสุดมีปัญหากับไฟล์ โปรแกรมที่ติดตั้งมาก่อนหน้านี้ เมื่อติดตั้งใหม่จึงอาจมีอาการเหมือนเดิมควรแก้ไขโดยการอัพเดทเป็นโปรแกรม เวอร์ชั่นใหม่

ข้อความผิดพลาดที่ 2 : Improper shut down detected, Checking disk for errore
ข้อความนี้แจ้งว่าพบปัญหาผิดพลาดในขั้นตอนการชัตดาวน์ อาจเกิดจากการผู้ใช้ปิดเครื่องไม่ถูกวิธี ทำให้ระบบชัตดาวน์มีปัญหา วิธีแก้ไขคือให้รอสักพักแล้วค่อยกดปุ่ม Esc ระบบก็จะกลับเป็นปกติ ดังนั้นหาก ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก คราวหลังก็ควรปิดคอมพิวเตอร์ให้ถูกวิธีด้วยการชัตดาวน์เครื่องก่อนเสมอ

ข้อความผิดพลาดที่ 3 : Warning Windows has detected a Registry / configuration error. Choose Safe mode to start Windows with minimal set of drivers
ข้อความนี้แจ้งว่าพบปัญหาผิดพลาดใน Registry ของวินโดวส์ โดยวินโดวส์จะแนะนำให้เราเข้าไปใน Safe mode เพื่อแก้ปัญหา สำหรับการแก้ปัญหาข้อความนี้ค่อนข้างเป็นเรื่องหนักหนาและเสี่ยงมากทีเดียว เนื่องจาก Registry เป็นฐานข้อมูลสำคัญที่เก็บรายละเอียดและค่าต่าง ๆ ของวินโดวส์ไว้ หากมีปัญหาในส่วนนี้ ต้องอาศัยการแก้ไขอย่างรอบคอบ ไม่อย่างนั้นอาจทำให้ระบบพังได้ แนะนำว่าให้แก้ปัญหาโดยการติดตั้งวินโดวส์ใหม่ทับลงไปเพื่อให้ Registry ใหม่ ทับ Registry เก่า หรือให้ Boot เครื่องด้วย Bootable Disc แล้วพิมพ์คำสั่ง Scanreg / restore เพื่อเป็นการย้อนกลับไปใช้ Registry ที่วินโดวส์ได้ Backup เก็บไว้ 5 วันหลังสุด ก็ให้เราเลือกวันที่คิดว่ายังไม่เกิดปัญหา เพียงเท่านี้ก็จะสามารถแก้ปัญหานี้ได้ครบ ( วิธีหลังนี้อย่าลืม Backup ข้อมูลสำคัญๆ ไว้เสียก่อน)

ข้อความผิดพพลาดที่ 4 : Explorer has caused an error in Kermel132.dll
ข้อความนี้แจ้งว่าระบบมีความผิดพลาดในไฟล์ Kernel132.dll ทำให้ผู้ใช้อาจไม่สามารถเข้าไปใน Control panel ได้ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นบนวินโดวส์ Me วิธีแก้ปัญหาคือให้บูตเครื่องใหม่แล้วเข้าไปที่
Safe Mode แล้วทำตามขั้นตอนดังนี้
1. ให้ค้นหาไฟล์ที่มีนามสกุล *.cpl โดยเข้าไปค้นหาที่โปรแกรม Search, For Files Or Folders
2. เมื่อพบไฟล์ .cpl แล้ว ซึ่งอยู่ที่ WINDOWS\SYSTEM ให้เปลี่ยนนามสกุลเป็น .Old ทีละไฟล์ แล้วลองเข้าไปทดสอบดูว่าเข้า Control panel ได้หรือยังถ้า ยังไม่ได้ให้กลับไปเปลี่ยนเป็นไฟล์ตัวอื่น จนกว่าจะสำเร็จ เมื่อสำเร็จแล้วเราก็จะสามารถรู้ได้ว่าไฟล์ตัวไหนที่เป็นต้นเหตุให้เกิด ปัญหา
3. ให้กลับไปเปลี่ยนนามสกุลไฟล์ทุกไฟล์ให้กลับเป็นเหมือนเดิม ยกเว้นไฟล์ที่เป็นต้นเหตุ จากนั้นบูตเครื่องขึ้นใหม่

ข้อความผิดพลาดที่ 5 : The selected disk drive is not in use. Check to make sure a disk is inserted.
ข้อความนี้แจ้งว่าดิสก์ไดรฟ์ไม่สามารถใช้งานได้ โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้มีการใส่แผ่นดิสก์ลงไปในช่องดิสก์ไดรฟ์แล้ว สำหรับปัญหานี้อาจเกิดจากผู้ใช้ลืมใส่แผ่นดิสก์ลงไปในช่องดิสก์ไดรฟ์ แต่หากได้มี การใส่แผ่นลงไปแล้วปัญหานี้อาจเกิดจากแผ่นดิสก์เสียหรือดิสก์ไดรฟ์มีปัญหา ไม่สามารถใช้งานได้ให้เราทดสอบแผ่นดิสก์โดยนำไปใช้กับเครื่องอื่นหากสามารถ ใช้ได้ นั่นแสดงว่าเป็นที่ดิสก์ไดรฟ์ต้องถอดมาซ่อมหรือเปลี่ยนเป็นตัวใหม่ก็จะ สามารถแก้ปัญหานี้ได้

ข้อความผิดพลาดที่ 6 : There is not enough free memory to run this program. Quit one or more programs, and try again.
ข้อความนี้แจ้งว่า หน่วยความจำที่เหลืออยู่ในระบบไม่เพียงพอในการเปิดโปรแกรม ให้ออกจากโปรแกรมแล้วลองเปิดใหม่อีกครั้ง สำหรับสาเหตุของปัญหานั่นคือ หน่วยความจำหรือ แรมของเครื่องไม่พอนั่นเอง
วิธีแก้ปัญหาแบบถาวร (แต่ต้องเสียเงิน) ก็คือ ให้ผู้ใช้ซื้อแรมมาติดตั้งเพิ่ม
หรือวิธีแก้แบบชั่วคราวก็คือ ในขณะใช้งานแนะนำให้ผู้ใช้ปิดโปรแกรมที่ไม่จำเป็นลงไปบ้าง โดยเฉพาะโปรแกรมที่ทำงานอยู่เบื้องหลังโดยที่เราไม่ได้เปิดขึ้นมาใช้งาน ให้สังเกตจากบริเวณ System Tray จะมีไอคอนของโปรแกรมนั้นๆ อยู่ ให้จัดการปิดให้หมด หรือโปรแกรมประเภทที่ชอบกินแรม (Resource Leak) ซึ่งโปรแกรมพวกนี้แม้ว่าจะปิดโปรแกรมไปแล้วก็ยังไม่ยอมคืนหน่วยความจำกัลบมา สู่ระบบ ซึ่งเราสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ว่าระบบของเราเหลือ รีซอร์สเท่าไหร่โดยคลิกขวาที่ My Computer จากนั้นคลิกแท็ป Performance ดูที่ System Resource ว่าเหลือรีซอร์สกี่เปอร์เซ็นต์ หากต่ำกว่าครึ่งก็ให้ปิดโปรแกรมแล้วบูตเครื่องขึ้นมาใหม่โปรแกรมเหล่านั้นก็ จะคืนแรมกลับมาเหมือนเดิม

ข้อความผิดพลาดที่ 7 : Error Reading CD-ROM in Drive D: ( หรือไดรฟ์ที่เป็นซีดีรอม ) Please insert CD-ROM XX With Serial Number XX in Drive d: … if the CD-ROM is still the drive, it may require cleaning
ข้อความผิดพลาดนี้จะแจ้งขึ้นมาว่า เกิดความผิดพลาดจากการอ่านแผ่นซีดีในไดรฟ์ D: (หรือไดรฟ์ที่เป็นซีดีรอม) ซึ่งสาเหตุมาจากที่ผู้ใช้กดปุ่ม Eject เพื่อนำแผ่นซีดีรอมออกมาก่อนที่วินโดวส์ จะอ่านข้อมูลเสร็จ
วิธีแก้ไขก็คือ ให้นำแผ่นใส่กลับไปเหมือนเดิม รอจนกว่า Windows จะอ่านข้อมูลจากแผ่นเสร็จแล้ว จึงค่อยนำออกมา โดยให้สังเกตจากหลอดไฟที่ตัวไดรฟ์ซีดีรอม ควรรอให้ไฟหยุดกระพริบเสียก่อน บางครั้งสาเหตุนี้ก็อาจเกิดจากการที่ผู้ใช้นำแผ่นซีดีที่ใช้งานไม่ได้แล้ว ใส่ลงไป หรือไม่ก็แผ่นซีดีสกปรกจนไดรฟ์ซีดี ไม่สามารถอ่านข้อมูลได้ ควรนำออกมาทำความสะอาดให้เรียบร้อยก่อนใส่กลับไปอีกครั้งหนึ่ง

ข้อความผิดพลาดที่ 8 : -0x0000007B INACCESSIBLE_BOOT_DEVICE
ข้อความผิดพลาดนี้ แจ้งเป็นโค้ด error โดยใช้เลขฐานเป็นตัวแสดงความผิดพลาด ซึ่งหมายความว่าเครื่อง คอมพิวเตอร์ไม่พบพาร์ทิชั่นที่กำหนด ให้เป็นตัวบูตระบบพาร์ทิชั่นที่กำหนดหรือบูตเซ็กเตอร์เกิดมีปัญหา ให้เราแก้ปัญหาโดยลองบูตระบบขึ้นมาอีกครั้ง หากยังคงไม่ได้ให้นำแผ่น Startup บูตระบบขึ้นมาแทนแล้วใช้คำสั่ง Scandisk เพื่อซ่อมแซม

ข้อความผิดพลาดที่ 9 : Data Error Reading Drive C: หรือบางครั้งอาจแจ้งว่า Error Reading Drive C: และ Serious Disk Error Writing Drive C:
ข้อความผิดพลาดนี้แจ้งว่าข้อมูลในฮาร์ดดิสก์หรือไดรฟ์ C: เกิดความเสียหาย หรือไม่ก็แจ้งว่าไม่สามารถเขียนข้อมูลลงในฮาร์ดดิสก์หรือไดรฟ์ C: ได้เลย ปัญหานี้นับว่าเป็นอันตรายต่อข้อมูลและตัวฮาร์ดดิสก์เองมากที่สุด เพราะเป็นไปได้ว่าฮาร์ดดิสก์ของเราอาจเสียหายได้
วิธีแก้ไขที่ดีที่สุดคือใช้คำสั่ง Scandisk เพื่อทำการตรวจสอบและซ่อมแซมในส่วนที่เสียหาย ( Automatically Fix Error ) โดยให้เลือกออปชั่นทุกตัวที่สามารถแก้ไขได้ หากโชคดีฮาร์ดดิสก์ไม่เสียหายมากนักโปรแกรมก็อาจซ่อมแซมได้ แต่ถ้าไม่สามารถ แก้ไขได้คงต้องใช้วิธีสุดท้ายนั่นคือ ฟอร์แมตฮาร์ดดิสก์ และทำการ Fdisk เพื่อแบ่งพาร์ทิชั่น กันส่วนที่เสียหายหรือเกิดแบดเซ็กเตอร์นั้นทิ้งไป ก็จะสามารถใช้งานต่อไปได้สักระยะหนึ่ง แต่หากต้องการแก้ปัญหาถาวรควร รีบจัดการเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์โดยเร็ว เพราะเป็นไปได้ว่าแบดเซ็กเตอร์อาจลุกลามไปทำลายข้อมูลสำคัญในฮาร์ดดิสก์ได้ ซึ่งไม่คุ้มกันเลย

ข้อความผิดพลาดที่ 10 : -0x0000007F UNEXPECED_KERNEL_MODE_TRAP
ข้อความผิดพลาดนี้จะแจ้งเป็นโค้ด error โดยใช้เลขฐานเป็นตัวแสดงความผิดพลาด ซึ่งมีความหมายว่า อาจเกิดปัญหาการทำงานของหน่วยความจำผิดพลาด
ให้ตรวจสอบการติดตั้งว่าเสียบแรมลงบนซ็อกเก็ตแรมแน่นดีแล้วหรือไม่และหน่วย ความจำที่ใช้เป็นชนิดเดียวกันหรือไม่ ในเมนบอร์ดบางรุ่นจะมีทั้งซ็อกเก็ตแรมที่ ใช้กับ SDRAM และ DDR SDRAM หากผู้ใช้ติดตั้งแรมทั้ง 2 ชนิดในเมนบอร์ดตัวเดียวกันอาจทำให้เกิดปัญหานี้ได้ วิธีแก้ไข ให้ใช้แรมชนิดเดียวกันไม่ควรติดตั้งแรม 2 ชนิดบนเมนบอร์ดตัวเดียวกัน
อีกสาเหตุหนึ่งอาจมาจากการกำหนดค่าในไบออสไม่ถูกต้อง ให้กลับไปกำหนดเป็นค่าเดิม หรือเป็นไปได้ว่าแรมเสียซึ่งมี ทางเดียวคือต้องเปลี่ยนแรมใหม่

ข้อความผิดพลาดที่ 11 : - Not enough memory to render page
ข้อความผิดพลาดนี้แจ้งว่า หน่วยความจำในการจัดการหน้าเอกสารที่สั่งพิมพ์ไม่    เพียงพอ ซึ่งปัญหานี้เกิดจากการที่ผู้ใช้สั่งพิมพ์งานมากเกินไปทำให้หน่วยความจำของ เครื่องพิมพ์นั้นมีไม่เพียงพอ บางครั้งอาจทำให้ระบบเกิดการแฮ็งค์หรือหยุดทำงานไปเฉยๆ ทางแก้ไขปัญหาต้องสั่งพิมพ์ใหม่โดยการแบ่งงานไปพิมพ์ทีละน้อยๆ และอีกสาเหตุหนึ่งอาจมาจากไดรเวอร์ทำงานผิดพลาดอาจต้องไป ดาวน์โหลดไดรเวอร์เวอร์ชั่นใหม่ตามเว็บไซต์ของผู้ผลิตเครื่องพิมพ์นั้น

ข้อความผิดพลาดที่ 12 : Afilename cannot contain any of the following characters: \ / : * ? < > !
ข้อความผิดพลาดนี้แจ้งว่า การตั้งชื่อหรือการเปลี่ยนชื่อไฟล์ไม่สามารถตามด้วยอักขระเหล่านี้ได \ / : * ? < > ! แต่บางครั้งแม้จะมีข้อความเตือนแล้ว แต่ก็ยังยอมให้ผู้ใช้สามารถตั้งชื่อแล้วตามด้วยอักขระเหล่านี้ด้วยเช่นกัน แต่อาจทำให้ระบบมีปัญหาภายหลังตามมา แนะนำว่าให้ควรไปเปลี่ยนชื่อไฟล์เสียใหม่หรือไม่ต้องตั้งชื่อไฟล์ด้วย อักขระเหล่านี้

ข้อความผิดพลาดที่ 13 : ERROR LOADING CS หรือ NO ROM BASIC SYSTEM HALTED
ข้อความผิดพลาดนี้แจ้งว่า มีการผิดพลาดในขั้นตอนของการบูตระบบ หรือมีการผิดพลาดจาก การทำงานของหน่วยความจำพื้นฐาน ซึ่งหมายความว่าไบออสไม่สามารถบูตเครื่องขึ้นมาได้เนื่องจากไม่มีไฟล์ระบบ ซึ่งอาจเป็นเพราะการกำหนดค่าในไบออสไม่ถูกต้อง หรือในโปรแกรม FDISK กำหนดไดร์ฟเพื่อให้เป็นตัวบูต (Active) ผิด ทำให้ไม่สามารถบูตเครื่องขึ้นมาได้




(ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.kulasang.net/webboard/viewthread.php?tid=9268&extra=page%3D1)

การแก้ไขปัญหาบน Windows # 1

 16-07-2010
  • ติดตั้งโปรแกรมหรือไดรเวอร์ไปแล้ว เข้าวินโดวส์ไม่ได้ 
ลงโปรแกรม Norton AntiVirus ไปแล้ว พอบูตเครื่องขึ้นมาอีกทีก็เข้าวินโดวส์ไม่ได้แล้ว ปัญหาทำนองนี้พบค่อนข้างบ่อยมาก อาจจะเนื่องมาจากในบ้านเราผู้ใช้คอมพิวเตอร์ ส่วนใหญ่จะใช้โปรแกรมเถื่อนที่มีขายอยู่ทั่วไปตามห้างไอที ทำให้บางครั้งในขั้นตอนการผลิตซีดีไม่ได้มาตรฐานไฟล์บางตัวเลยก๊อปปี้มาไม่ ครบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผ่นซีดีโปรแกรมที่เป็นแผ่น รวมหลายสิบโปรแกรมนั้น ค่อนข้างจะมีปัญหาเยอะมาก เมื่อผู้ใช้ซื้อไปติดตั้งจึงมีปัญหาตามมาหรือบางโปรแกรม เช่น Norton AntiVirus ชอบที่จะเข้าไปขอใช้ไฟล์ระบบที่มีนามสกุล DLL เมื่อมีการติดตั้งไม่สมบูรณ์เลยทำให้ ไม่สามารถเข้าวินโดวส์ได้

อีกสาเหตุหนึ่งก็เนื่องมาจากการลงไดรเวอร์นั่นเอง ไดรเวอร์บางตัวก็มักมีปัญหากับระบบปฏิบัติการและชอบเข้าไปยุ่งกับไฟล์ ระบบทำให้วินโดวส์พังก็มีให้เห็นมาแล้ว สำหรับแนวทางในการแก้ปัญหาของ ช่างคอมพิวเตอร์นั้น ให้สอบถามพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้เสียก่อน หากพบว่าได้มีการติดตั้งโปรแกรม หรือไดรเวอร์ลงไปหลังจากนั้นก็ทำให้บูตเข้าวินโดวส์ไม่ได้อีกเลย ให้เราสันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจเกิดจากสาเหตุการลงโปรแกรมและไดรเวอร์ไม่ สมบูรณ์จนอาจทำให้ระบบไม่สามารถบูตได้ โดยเราสามารถแก้ปัญหาได้ดังนี้

ให้บูตเครื่องเข้าสู่ Safe Mode เพราะการเข้าสู่ Safe Mode จะเป็นการเข้าสู่วินโดวส์โดยที่ไม่ จำเป็นต้องใช้ไดรเวอร์หรือไฟล์บางตัว จากนั้นให้เราเข้าไปลบโปรแกรมหรือไดรเวอร์ที่ทำให้เกิดปัญหาออกไปจากเครื่อง ให้หมดเกลี้ยงอย่าให้เหลือซาก จากนั้นจึงบูตเครื่องเข้าสู่วินโดวส์ได้ตามปกติ


(ขอขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก http://www.kulasang.net/webboard/viewthread.php?tid=9268&extra=page%3D1)

เปิดดูเว็บไซต์ที่ถูกบล็อก ด้วย UltraSurf และ Firefox

11-July-2010


ทิปนี้ จริง ๆ แล้วเจอนานแล้วครับ ในเวปที่เป็นของคนเสื้อแดง แต่จำไม่ได้ว่าเวปอะไร 
ไม่มีโอกาสโพสต์เก็บไว้เลย 
วันนี้ได้โอกาสดีเลยมาเก็บไว้อ่านเอง และแบ่งปันคนอื่น เผื่อจะมีประโยชน์บ้างครับ



...

How to use UltraSurf + Firefox open blocked websites

เปิดดูเว็บไซต์ที่ถูกบล็อก ด้วย UltraSurf และ Firefox 


วิธีการเปิดเว็บไซต์ที่ถูกบล็อกวิธีการหนึ่งคือการใช้โปรแกรม UltraSurf ร่วมกับส่วนเสริมของโปรแกรม Firefox

Firefox

โปรแกรม Firefox เป็นโปรแกรมสำหรับเปิดอ่านเว็บไซต์ ที่สามารถติดตั้งส่วนเสริม ส่วนขยายความสามารถในการใช้งาน เช่น ดาวน์โหลดวิดีโอจาก Youtube, ปิดป้ายโฆษณาไม่ให้กวนใจ เป็นต้น โดยโปรแกรม Firefox มีความสามารถไม่แพ้กับโปรแกรม Internet Explorer หรือ IE สามารถใช้งานทดแทนกันได้ทันที

ดาวน์โหลดโปรแกรม Firefox ได้ที่เว็บไซต์ www.firefox.com

UltraSurf

โปรแกรม UltraSurf เป็นโปรแกรมช่วยสำหรับการเปิดเว็บไซต์ ที่สามารถซ่อนความเป็นส่วนตัว เช่น ไม่บอกว่าเปิดเว็บไซต์ด้วย IP อะไร หรือ การเข้าสู่เว็บไซต์ที่ถูกปิดกั้น เป็นต้น

ดาวน์โหลดโปรแกรม UltraSurf และส่วนเสริม (เรียกว่า Add-on) สำหรับโปรแกรม Firefox ได้ที่ www.ultrareach.com/download_en.htm

ขั้นตอนการติดตั้ง

1.  ดาวน์โหลดโปรแกรม UltraSurf และ Add-on ของ Firefox มาเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ของเรา

ข้อสังเกต: ตัวโปรแกรม UltraSurf สามารถเลือกได้ว่าจะเอา .zip (ต้องระเบิด zip ก่อน ถึงจะทำงานได้) หรือว่าเป็น .exe (ทำงานได้เลย) และ Add-on สำหรับ Firefox


2.  ดับเบิ้ลคลิกเปิดใช้งานโปรแกรม UltraSurf


3.  เมื่อเปิดโปรแกรมแล้วจะได้หน้าต่างเล็กๆ ของโปรแกรม UltraSurf ตามลักษณะนี้


4.  ระเบิด Zip ไฟล์ของส่วนเสริม (Add-on) ที่จะติดตั้งใน Firefox
ข้อสังเกต: จะต้องให้เป็นไฟล์ นามสกุล .xpi เสียก่อน ถึงจะพร้อมสำหรับใช้งาน


5.  เปิดเมนู File > Open File...


6.  เลือกไฟล์ นามสกุล .xpi ที่ได้จากการระเบิด zip เมื่อสักครู่ -- โปรแกรม Firefox จะถามว่าคุณจะติดตั้ง Add-on นี้หรือไม่ -- เลือกกดปุ่ม Install Now


7. ในการติดตั้งส่วนเสริม (Add-on) โปรแกรม Firefox ต้องการ ปิด-และ-เปิด หนึ่งครั้ง เพื่อเป็นการเริ่มทำงานใหม่


8. หลังจากติดตั้งเรียบร้อย โปรแกรม Firefox จะแสดงข้อมูลว่าได้ทำการติดตั้งส่วนเสริม Add-on ของโปรแกรม UltraSurf เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

9. ขั้นตอนสุดท้ายในการติดตั้ง ผู้ใช้จะต้องคลิกที่ข้อความ WJ Disabled (สีแดง) ให้เปลี่ยนเป็น WJ Enabled (สีเขียว) เพิ่มเริ่มใช้งาน

10. ทดลองเปิดเว็บไซต์ด้วย Firefox










(ขอขอบคุณ Tip ดี ๆ จาก http://docs.google.com/Doc?id=dfjm336b_63d4sjhwfq)

ความแตกต่างระหว่าง 'e.g.' กับ 'i.e.'

 Created: Sep 20, 2026 Updated: Sep 20, 2026     คำว่า e.g. และ i.e. เป็นตัวย่อภาษาละตินที่มักใช้สับสนกันบ่อย ๆ แม้จะใช้สำหรับการให้ข้อมูล...

Other, you may be interest