10 โปรแกรมฟรีไว้จัดการกับฟอนต์ในเครื่อง

เมื่อเช้านี้ท่องเวปมาครับ
กะว่าจะหาฟอนต์ไทยที่เป็นรูปร่างแบบอักษรจีน ไว้ใช้ในเครื่องสักหน่อย
พอดี search หาใน google.com เจอเวป http://www.f0nt.com/ ครับ
เห็นว่ามีบทความแนะนำโปรแกรมดี ๆ เลยขออนุญาตเอามาลงแบ่งปันให้ชาวบ้านได้อ่านกัน
ต้องขอขอบคุณ http://www.f0nt.com/ ไว้ล่วงหน้าด้วยครับ
ถ้าใครสนใจเพิ่มเติม ติดตามได้ที่นี่
http://www.f0nt.com/headline/10-apps-for-managing-your-fonts/
..................


หลายคนถามว่า เรามีฟอนต์อยู่ในเครื่องเยอะแยะ แต่จะพรีวิวดูตัวอย่าง หรือจัดการติดตั้งแก้ไขเพิ่มลบมันได้อย่างไรบ้าง พอดีเจอลิงก์เด็ดมาจาก Six Revisions ที่แนะนำ 10 โปรแกรมฟรีทั้งของวินโดวส์ แมค ลินุกซ์ หรือแม้กระทั่งแบบออนไลน์เลย
ขอเรียบเรียงทั้ง 10 โปรแกรมเอามาให้อ่านกัน
  1. myFontbook โปรแกรมออนไลน์ที่กดเข้าเว็บ ก็จะทำการพรีวิวฟอนต์ในเครื่องให้ทั้งหมด มีโชว์หน้าตา จัดหมวดได้ แสดงเป็นช่องไฟและตารางอักขระได้ ทดลองดูเป็นตัวเนื้อความ (แสดงให้ดูเป็นย่อหน้าๆ) ก็ได้ แถมสนับสนุนภาษาไทยอีกแน่ะ(ภาพประกอบข้างบนก็เป็นการทดสอบภาษาไทยกับเว็บนี้ )
  2. Font Book อันนี้ของแมค มีมาอยู่แล้วกับเครื่อง ใครใช้แมคก็คงรู้จักกันดี
  3. Fontmatrix รายนี้ใช้ได้ทั้งวินโดวส์และลินุกซ์ เป็นโปรแกรมโอเพนซอร์ส
  4. Font Pickerอันนี้ได้แทบจะทุก O/S ตั้งแต่วินโดวส์ แมค ลินุกซ์ (ต้องมี Adobe Air) แถมเปิดดูในเว็บก็ยังได้ ง่ายด้วย! หลักการก็คือเปิดเข้าเวป ก็ทดลองพิมพ์ลงไป แล้วติ๊กเลือกฟอนต์ที่เข้าท่า นอกนั้นกดกากบาทเพื่อคัดทิ้ง ชอบฟอนต์ไหนแล้วก็เอามาเปรียบเทียบกันเพื่อไว้ใช้งานต่อ
  5. sFont สำหรับวินโดวส์ หน้าตาประหลาดหน้อยแต่ก็กดซูมฟอนต์เป็นตัวใหญ่ๆ ได้ จะได้ดูชัดๆ
  6. FindThatFont! สำหรับวินโดวส์และลินุกซ์ เอาไว้จัดแบ่งหมวดหมู่สำหรับคนที่มีฟอนต์ในเครื่องเยอะๆ จนแบ่งหมวดไม่ถูก โปรแกรมนี้จะช่วยจัดการแบ่งประเภทให้
  7. Fonts++ โปรแกรมหน้าตาโบร่ำโบราณสำหรับวินโดวส์อีกตัว เอาไว้ดูตัวอย่างและติดตั้งฟอนต์ลงเครื่อง ข้อดีก็คือมันกินทรัพยากรเครื่องน้อยมากๆ
  8. Cfont Pro โปรแกรมสำหรับวินโดวส์ตัวนี้เอาไว้ดูฟอนต์ก่อนจะติดตั้งลงเครื่องได้ แถมพรินต์ตัวอย่างฟอนต์ลงในกระดาษได้ด้วย
  9. Font Xplorer โปรแกรมสำหรับวินโดวส์ ที่เรียกได้ว่ามีครบเครื่อง ทั้งดูตัวอย่าง ถอน ติดตั้ง พรินต์ตัวอย่าง ก็อปปี้ตัวอักษรเป็นแบบเวกเตอร์เอาไว้ใช้ในโปรแกรมกราฟิกอื่นๆ โดยไม่ต้องติดตั้งฟอนต์นั้นๆ ก็ได้ ฯลฯ (เวป f0nt.com เขาแนะนำตัวนี้ครับ)
  10. AMP Font Viewer โปรแกรมตัวสุดท้ายก็สำหรับวินโดวส์เหมือนกันครับ ความสามารถของมันหลากหลายมากๆ ต้องลองใช้ดู







...

svchost.exe คืออะไร

svchost.exe


“svchost.exe” หรือชื่อเต็มๆของมันคือ “Generic Host Process for Win32 Services” ซึ่งเป็นส่วนของ System process อีกตัวหนึ่ง ในระบบปฏิบัติการ Windows เมื่อมันถูกสั่งให้รันหรือทำงานโดย Windows ผู้ใช้งานไม่สามารถทำการหยุด, terminate,end process หรือ re-start ได้ แต่ถ้าเราเผลอไป end proces มันแล้วหล่ะก็ จะทำให้เครื่องของเราทำงานผิดพลาดได้ โดยเฉพาะในเรื่องของ Network แล้วหน้าที่ของมันหล่ะ เอาไว้ทำอะไร



หน้าที่ของ svchost.exe

“svchost.exe” เมื่อมันถูกสั่งรันหรือให้ทำงาน มันจะทำหน้าที่ ก็คือ

จัดการ หรือโหลดพวกไฟล์ 32bit-DLLs(dynamic-link libraries) ที่จำเป็นสำหรับ Windows และ Services อื่นๆ ซึ่งมีอยู่หลาย instance หลายกลุ่ม ตามแต่ command line parameter นั้นๆ อันได้แก่ background process ทั้งหลายที่ถูกรันอยู่หลังบ้าน เมื่อ Windows ทำงานแล้วนั่นเอง ซึ่งได้แก่

* กลุ่มที่ 1 DCOM Server Process Launcher และ Terminal Services
* กลุ่มที่ 2 Remote Procedure Call(RPC)
* กลุ่มที่ 3 Windows Audio, Background Intelligent Transfer Service, Computer Browser, Cryptographic Services, DHCP Client, Logical Disk Manager, Error Reporting Service, COM+ Event System, Server, Workstation, Network Connections, network Location Awareness, Remote Access Connection Manager, Telephony, Themes, Windows Time ฯลฯ
* กลุ่มที่ 4 DNS Client
* กลุ่มที่ 5 TCP/IP NetBIOS Helper, Remote Registry, SSDP Discovery Service และ WebClient

โดย DLLs แต่ละตัวที่ใช้เรียกนั้นจะอยู่ที่ “%windir%\System32″ หรือทั่วๆไป ก็คือ “C:\Windows\System32″ ทั้งนี้ถ้าต้องการดูรายละเอียดของชื่อ process และ DLLs ที่ถูกเรียกโหลดขึ้นมาใช้งาน ดังที่กล่าวไปแล้วนี้ สามารถใช้โปรแกรม Process Explorer เรียกและตรวจสอบดูได้ครับ



ตำแหน่งที่อยู่ของ svchost.exe

โดย ทั่วไปแล้ว เจ้า “svchost.exe” จะอยู่ที่ “%windir%\System32″ หรือทั่วๆไป ก็คือ “C:\Windows\System32″ เช่นเดียวกับไฟล์ DLLs ที่ถูกเรียกโหลดขึ้นมาใช้งานนั่นแหล่ะครับ ถ้าอยู่ในตำแหน่งที่อยู่ที่นอกเหนือจากนี้ ให้สันนิฐานไว้เลยว่ามันคือ ไวรัส, สปายแวร์, โทรจัน หรือเวิร์มนั่นเองครับ ซึ่งสามารถใช้โปรแกรม Security Task Manager (ฟรี) ตรวจสอบได้ หรือจะใช้ช้โปรแกรม Process Explorer เรียกและตรวจสอบก็ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งจะทำให้เรารู้ที่มาของไฟล์และ Process ที่รันอยู่ ทำให้เราสามารถกำจัดต้นตอมันได้นั่นเองครับ

ซึ่งไวรัสที่มีชื่อคล้ายๆกับ เจ้า “svchost.exe” ขอยกตัวอย่าง เช่น

* Symantec Security Response - W32.Welchia.Worm
* Symantec Security Response - W32.Assarm@mm
* McAfee - W32/Jeefo

* หรือ ไฟล์เหล่านี้ ที่พยามยามสร้างให้เหมือนเจ้า “svchost.exe” ได้แก่ SCVHOST.exe คือ Gaobot viruses
* Svch0st.exe คือ Backdoor.Graybird viruses
* Svchos1.exe คือ W32.HLLW.Gaobot.DK virus
* Svchost32.exe คือ Backdoor.IRC.Zcrew, W32.HLLW.Deborms.C, W32.Mimail.J@mm, or the W32.Paylap.@mm
* Svhost.exe คือ Backdoor.Socksbot, Bat.Boohoo.Worm, W32.Bolgi.Worm
















...

Short Tips

Short Tips

1. ในขณะที่คุณกำลังจะ Restart เครื่องใหม่ ก่อนที่จะกดปุ่ม OK ให้คุณกด Shift ค้างไว้ จะทำให้คุณ Restart ได้เร็วขึ้น

2. ในบาง Web Site หากคุณกด Ctrl ค้างไว้ และเลื่อน Scroll ที่ Mouse จะทำให้ตัวอักษรของ Web Site นั้นใหญ่ขึ้น

3. หากกดปุ่ม Refresh หรือ F5 แล้วยังเป็นข้อมูลเดิม ลองกด Ctrl + F5 รับรองจะได้ข้อมูลที่ใหม่ล่าสุดแน่ๆ

4. คุณสามารถเปิดไฟล์ Tips.txt ขึ้นมาเพื่ออ่านเทคนิคต่างๆ ได้ ซึ่งไฟล์นี้จะอยู่ใน c:\\windows ของคุณ

5. ในระหว่างที่คุณกำหลังใช้งาน IE อยู่นั้น สามารถกดปุ่ม F4 เพื่อเป็นการเปิดดู URL List ในช่อง Address ได้เลย

6. การกดปุ่ม Esc ระหว่างการใช้ IE จะทำให้ IE ของคุณนั้นหยุดโหลดได้ โดยที่ไม่ต้องกดปุ่ม Stop

7. ระหว่างการใช้ IE สามารถกดปุ่ม Alt + D หรือ Ctrl + Tab เพื่อเข้า Address bar อย่างเร็วได้

8. คุณสามารถเพิ่มความเร็วให้กับ Internet ได้โดยทำการถอดสายเครื่องโทรศัพท์ ที! ่มีการต่อพ่วงอยู่กับสายที่ใช้ต่อ Internet ออก

9. คุณสามารถ ไปที่ Start -> Run และพิมพ์ว่า welcome กด Enter เพื่อเปิดหน้าต่างต้อนรับของ Windows ได้

10. ที่ Notepad หรือ ICQ หากคุณลืมเปลี่ยน Mode ภาษา ให้กดปุ่ม Ctrl + Back Space เพื่อแก้คำที่พิมพ์ผิดไปแล้ว

11. คุณสามารถ เปิด Folder Desktop อย่างรวดเร็ว โดย Start -> Run พิมพ์จุด (.) ลงไปแล้วกด Enter

12. ใน IE สามารถกด Space Bar เพื่อนเลื่อนหน้า Page ลงได้ ส่วนเลื่อนขึ้นคือ Shift + Space Bar

13. ใน Windows คุณไม่สามารถ สร้าง Folder ที่ชื่อ \'con\' ได้

14. ใน IE ที่ช่อง Address ปุ่ม Ctrl+Enter สามารถช่วยคุณ ในการพิมพ์ URL ได้เร็วยิ่งขึ้น

15. การกด Ctrl ค้างเอาไว้ ตอนเวลา BOOT เครื่อง จะทำให้คุณไม่พลาด Startup Menu

16. คุณสามารถปิดนาฬิกาที่ Taskbar ได้ โดยคลิกขวาที่ Task bar > Properties > เอาเครื่องหมาย Show Click ออก

17. หากคุณกด F11 ใน Windows Explorer จะช่วยให้มีการทำงานที่สะดวกขึ้น

18. ใน ICQ การส่ง Message หากคุณกด Ctrl+Enter จะสะดวก! กว่าการ Click Mouse ที่ปุ่ม send

19. คุณสามารถกด F2 เพื่อ ใช้ ในการเปลี่ยนชื่อ Icon ต่างๆ ได้

20. การกด F5 ใน NotePad จะเป็นการแทรก เวลา และวันที่ ปัจจุบัน

21. การกด Windows + E จะเป็นเปิด Windows Explorer ขึ้นมา

22. เปิด System Properties อย่างรวดเร็วคือการกด Window + Pause Break

23. การย่อยทุกๆ หน้าต่างที่เปิดใช้งาน ให้ยุบไปให้หมด คือการกด Window + D ถ้าจะขยายคืนมาอีก ให้กดซ้ำ

24. การเคาะวรรคในโปรแกรม Dreamweaver คือ Shift + Ctrl + Space Bar ส่วนการเว้นบรรทัดคือ Shift + Enter

25. การลบไฟล์แบบ ไม่เก็บไว้ใน Recycle Bin คือการกด Shift + Delete

26. การกด Shift ค้างไว้ เวลาใส่แผ่น CD-Rom จะเป็นการไม่ให้มันเปิด Autorun ของแผ่น CD-Rom นั้นขึ้นมา

27. การ Restart เครื่องอย่างเร็ว คือไปที่ Start -> Shut Down... -> Restart จากนั้น ก่อนที่จะ OK ให้กด Shift ค้างเอาไว้

28. ในระหว่างใช้ Browser คุณสามารถกดปุ่ม Space Bar เพื่อเลื่อนหน้าลง และ Shift + Space Bar เพื่อนเลื่อนหน้าขึ้นได้

29. กด Shift + คลิก จะเป็นการเปิดหน้าต่างขึ้นมาใหม่ โดยไม่ต้อง back กลับ

30. คุณสามารถ ไปที่ Start -> Run และพิมพ์ว่า hwinfo /ui กด Enter เพื่อดูรายงานต่างๆ ของ HardWare




(ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.it48.noadsfree.com/SMFIT48/index.php?topic=377.0)










...

การซ่อน Folder แบบง่าย และสะดวกที่สุด

การซ่อน Folder แบบง่าย และสะดวกที่สุด

เทคนิควิธีการซ่อน Folder ที่ง่ายและสะดวกสบายที่สุด ไม่ใช่การสั่ง Hidden Folder แบบธรรมดา ๆ ดังนั้นไม่ว่าจะมีคนสั่งให้แสดง Folder ซ่อนยังไงก็หาไม่เจอ ทั้งๆ ที่มันอยู่ที่หน้าจอนั่นแหล่ะ! แต่ถ้าเราจะใช้เมื่อไรก็ใช้ได้ทันที แถมไม่ต้องลงโปรแกรมอะไรเพิ่มให้วุ่นวายด้วย
เทคนิคการซ่อน Folder ที่ง่ายและสะดวดสบายที่สุด เพราะว่าจริงๆ แล้ว Folder ก็อยู่ที่หน้าจอที่เดิมของมันแหล่ะ แต่ไม่มีใครเห็นนอกจากเรา แถมยังไม่ต้องลงโปรแกรมอะไรเพิ่มด้วย ลดความเสี่ยงจากโปรแกรมซ่อน Folder แล้วกลายเป็น Folder นั้นหายไปถาวร!!! แถมการลงโปรแกรมซ่อน Folder นั้น ยังดูเป็นที่น่าสงสัยอีกด้วย


1. เทคนิคนี้สามารถใช้ได้กับทุก Folder ที่มีอยู่ในเครื่องของคุณ
ไม่ว่าจะเป็น Folder เก่าหรือไม่ ก็สามารถนำเทคนิคนี้ไปใช้ได้
แต่เนื่องจากเพื่อเป็นการทดสอบ จึงของสร้าง Folder เปล่าๆ ขึ้นมาใหม่ Folder หนึ่งที่ Desktop บนหน้าจอ
ดังนั้นหน้าที่ของเราก็คือ คลิกขวาบริเวณเนื้อที่ว่างๆ ตรงไหนก็ได้ที่หน้าจอ และเลือกไปที่ New -> Folder
2. จากนั้นให้เปลี่ยนชื่อ Foler ตัวอักษรว่าง (ไม่ใช่ปล่อยว่างไว้ หรือเคาะวรรคนะจ๊ะ)
แต่ให้คุณกดปุ่ม Alt ค้างไว้และกดเลข 0160 จากนั้นกด Enter
3. จากนั้นให้คลิกขวาที่ Folder และเลือกไปที่ Properties
4. คลิกไปที่ Tab Customize และกดปุ่ม Change Icon...
5. จากนั้นจะพบกับหน้าต่าง ให้เปลี่ยน Icon ซึ่งมี Icon ให้เลือกอยู่มากมาย
(หากเครื่องใครไม่มี Icon ให้เลือกเยอะๆ แบบนี้ให้กดปุ่ม Browse และเลือกไปที่ไฟล์ C:\windows\system32\shell32.dll)
จากนั้นให้เลือกไปที่ Icon ล่องหน หรือตรงที่เป็นพื้นที่ว่างๆ ดังรูปด้านล่างนี้ และกด OK
6. จะเห็นว่า Folder ของเรานั้นหายไปแล้ว และไม่ใช่เป็นการสั่งซ่อนแบบ Hidden ธรรมดาๆ
เพราะว่าไม่ว่าผู้ใช้จะสั่งให้แสดง File, Folder ที่ซ่อนยังไง Folder นี้ก็จะไม่แสดงออกมา
วิธีการใช้ก็ในกรณีที่ Folder นี้อยู่ที่หน้า Desktop ก็คือ ให้จำตำแหน่งเอาเอง
คืออาจจะเอาไปไว้ตรงมุมไหนสักมุมของหน้าจอที่คนอื่นไม่รู้แต่เรารู้นั่นเอง แล้วก็ดับเบิ้ลคลิกขึ้นมาให้งานได้ทันที
หรือถ้าหาไม่เจอจริงๆ ก็ลองเอา Mouse ช่วย Drag หาดูดังภาพด้านล่างนี้
7. หากในกรณีที่ต้องสร้างมากกว่า 1 Folder ที่อยู่ใกล้ ๆ กันให้คุณย้อนกลับไปทำซ้ำตั้งแต่ข้อ 2
แต่คราวนี้ถ้ากด Alt + 0160 ครั้งเดียวมันจะบอกว่าชื่อ Folder ซ้ำ ดังนั้นให้คุณกด Alt + 0160 ซ้ำเป็น 2, 3 ... ครั้ง
เพิ่มไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้ชื่อ Folder ซ้ำกัน











(ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.it48.noadsfree.com/SMFIT48/index.php?topic=872.0)








...

Google Products

(Updated: Dec. 23th, 2025)     ข้อมูลด้านล่างนี้ รวบรวมจากหลาย ๆ แหล่ง เช่น จาก Wikipedia จาก Google เอง และจากที่อื่น ๆ  โดย ณ วันที่ post ...

Other, you may be interest