การใช้งาน Defrag ฮาร์ดดิสก์ เพื่อเพิ่มความเร็วให้กับการทำงานของระบบ

การใช้งาน Defrag ฮาร์ดดิสก์ เพื่อเพิ่มความเร็วให้กับการทำงานของระบบ

การทำ Defrag ฮาร์ดดิสก์หรือ Disk Defragmenter ก็คือการทำการจัดเรียงข้อมูลของไฟล์ต่าง ๆ ที่เก็บอยู่ในฮาร์ดดิสก์ ให้มีความต่อเนื่องหรือเรียงเป็นระบบต่อ ๆ กันไป ประโยชน์ที่จะได้รับคือ ความเร็วในการอ่านข้อมูลของไฟล์นั้น จะมีการอ่านข้อมูล ได้เร็วขึ้น ยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่นถ้าหากมีไฟล์ที่เก็บอยู่ในฮาร์ดดิสก์ ที่มีการเก็บข้อมูลแบบกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป เมื่อต้องการอ่าน ข้อมูลของไฟล์นั้น หัวอ่านของฮาร์ดดิสก์ก็จะต้องมีการเคลื่อนย้ายไปมาเพื่อทำการอ่านข้อมูลจบครบ หากเรามีการทำ Defrag ฮาร์ดดิสก์ แล้วจะทำให้การเก็บข้อมูลจะมีความต่อเนื่องกันมากขึ้น เมื่อต้องการอ่านข้อมูลนั้น หัวอ่านของฮาร์ดดิสก์จะสามารถอ่านได้ โดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายหัวอ่านบ่อยหรือมากเกินไป จะทำให้ใช้เวลาในการอ่านได้เร็วขึ้น
ที่จริงแล้ว ยังมีโปรแกรมของบริษัทอื่น ๆ อีกหลายตัวที่สามารถทำการจัดเรียงข้อมูลให้มีความต่อเนื่องกันได้ เช่น Speeddisk ของ Norton และอื่น ๆ อีกมาก แต่ในที่นี้จะขอแนะนำหลักการของการใช้โปรแกรม Disk Defragmenter ที่มีมาให้กับ Windows อยู่แล้ว ไม่ต้องไปค้นหาจากที่อื่นครับ

ข้อแนะนำก่อนใช้โปรแกรม Disk Defragmenter
เพื่อให้การใช้งาน Disk Defragmenter มีประสิทธิภาพมากที่สุด ก่อนการเรียกใช้โปรแกรม Disk Defragmenter ควรจะเรียกโปรแกรม Walign ก่อนเพื่อการจัดเรียงลำดับของไฟล์ที่ใช้งานบ่อย ๆ ให้มาอยู่ในลำดับต้น ๆ ของฮาร์ดดิสก์ครับ โดยที่โปรแกรม Walign จะทำหน้าที่จัดเก็บข้อมูลการใช้งานไฟล์ ที่มีการเรียกใช้บ่อย ๆ ไว้ และนำมาจัดการเรียงลำดับ ให้อยู่ในส่วนแรก ๆ ของฮาร์ดดิสก์ ดังนั้นการที่เราเรียกโปรแกรม Walign ก่อนการทำ Disk Defragmenter จะเป็นการเพิ่มความเร็วของการอ่านข้อมูลได้อีกทางหนึ่ง โปรแกรม Walign จะอยู่ใน Folder C:\WINDOWS\SYSTEM\Walign.exe ครับ เปิดโดยการเข้าไปใน My Computer และเลือกไฟล์
กดดับเบิลคลิกที่ไฟล์ Walign เพื่อเรียกไฟล์ Walign.exe
โปรแกรมจะเริ่มต้นการ Tuning up Application เมื่อเสร็จแล้วจึงทำการ Defrag ต่อไป

นอกจากนี้ สิ่งที่สำคัญมาก ๆ ในการทำ Disk Defrag คือต้องปิดโปรแกรมต่าง ๆ ที่ทำงานอยู่ในขณะนั้นให้หมดก่อน เช่น Screen Saver, Winamp หรือโปรแกรมอื่น ๆ ที่จะต้องทำให้มีการอ่าน-เขียน ฮาร์ดดิสก์ บ่อย ๆ เพราะว่า เมื่อใดก็ตามที่ฮาร์ดดิสก์มีการอ่าน-เขียนข้อมูล จะทำให้โปรแกรม Disk Defragment เริ่มต้นการทำ Defrag ใหม่ทุกครั้ง ทำให้การทำ Defrag ไม่ยอมเสร็จง่าย ๆ หรืออาจจะใช้วิธีเข้า Windows แบบ Self Mode โดยการกด F8 เมื่อเปิดเครื่องเพื่อเข้าหน้าเมนู และเลือกเข้า Self Mode แทนก็ได้

การเรียกใช้โปรแกรม Disk Defragmenter
เรียกใช้โปรแกรม Disk Defragmenter โดยการกดเลือกที่ Start Menu เลือกที่ Programs และเลือก Accessories เลือกที่ System Tools และเลือก Disk Defragmenter ตามรูปตัวอย่าง
เลือกที่ Disk Defragmenter เพื่อเรียกใช้โปรแกรม Defrag
เลือกที่ Drive ที่ต้องการทำ Defrag และกด OK เพื่อเริ่มต้นการทำ Defrag หรืออาจจะเลือกที่ Settings... เพื่อทำการตั้งค่าต่าง ๆ ก่อนก็ได้
Rearrange program files... เลือกถ้าต้องการให้มีการจัดเรียงลำดับการเก็บข้อมูลของไฟล์
Check the drive... เลือกถ้าต้องการให้มีการตรวจสอบฮาร์ดดิสก์ก่อนการทำ Defrag
This time only เลือกถ้าต้องการให้การตั้งค่าข้างบน มีผลเฉพาะการเรียก Disk Defragmenter ในครั้งนี้เท่านั้น
Every time I degragment... เลือกถ้าต้องการเก็บค่าที่ตั้งไว้ให้ใช้ตลอดไปโดยไม่ต้องเข้ามาเลือกใหม่
เมื่อเลือกได้แล้วก็กด OK (แต่ขอแนะนำให้เลือกใช้ค่าที่ตั้งไว้อยู่แล้ว จะดีกว่าครับ)

เมื่อกด OK ก็จะเริ่มต้นการทำ Disk Defragment ซึ่งระยะเวลาที่ใช้ จะค่อนข้างนานมากนะครับ ประมาณ 1-4 ชม.ทีเดียว ดังนั้นก็นาน ๆ ทำสักครั้งก็พอ ไม่ต้องทำบ่อยนัก ถ้าสงสารฮาร์ดดิสก์ที่ต้องมีการทำงานที่หนัก ๆ มากครับ โดยส่วนตัวผมแนะนำว่า ถ้าไม่มีการลงโปรแกรมต่าง ๆ บ่อยนักก็ไม่จำเป็นต้องทำก็ได้ แต่ถ้าหากรู้สึกว่าฮาร์ดดิสก์ทำงานช้าลงไป ก็ลองทำดูสักครั้งครับ

ข้อควรระวังในการทำ Defrag ฮาร์ดดิสก์
ขณะที่กำลังทำการ Defrag หากต้องการยกเลิกการทำงาน จะต้องกดที่ Stop เท่านั้น ห้ามปิดเครื่องหรือกดปุ่ม Reset เป็นอันขาด ไม่เช่นนั้นข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ของคุณอาจจะสูญหายได้ครับ






(ขอขอบคุณข้อมูลจาก ... http://www.com-th.net/windows/?defrag)


...

การใช้งาน Disk Cleanup สำหรับลบไฟล์ที่ไม่จำเป็นออกจาก Harddisk

Disk Cleanup เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งที่มีมาให้ใน Windows ใช้สำหรับการทำความสะอาดฮาร์ดดิสก์ หรือเรียกง่าย ๆ ก็คือใช้สำหรับลบไฟล์ต่าง ๆ ที่ไม่จำเป็นในการใช้งานทิ้ง เพื่อให้ฮาร์ดดิสก์ของเครื่องคอมพิวเตอร์ มีเนื้อที่เหลือใช้งานเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นควรที่จะทำการสั่งโปรแกรม Disk Cleanup เป็นประจำ อาจจะสักประมาณสัปดาห์ละครั้ง
การเรียกใช้โปรแกรม Disk Cleanup
เรียกใช้โปรแกรม Disk Cleanup โดยการกดเลือกที่ Start Menu เลือกที่ Programs และเลือก Accessories เลือกที่ System Tools และเลือก Disk Cleanup ตามรูปตัวอย่าง
กดเลือกที่ Disk Cleanup เพื่อเริ่มต้นการทำงานของโปรแกรม
ครั้งแรก ให้ทำการเลือกฮาร์ดดิสก์ ที่ต้องการทำการ Cleanup ก่อนและกดปุ่ม OK
หน้าตาของเมนูต่าง ๆ ในโปรแกรม Disk Cleanup ส่วนหลัก ๆ ที่ต้องทำการเลือกคือในช่องของ Files to delete โดยทำการเลือกสิ่งต่าง ๆ ที่ต้องการจะลบทิ้ง และกดที่ OK เพื่อเริ่มต้นการลบไฟล์ที่ไม่จำเป็นออก
อาจจะมีเมนูการยืนยันการลบอีกครั้งก็กด Yes เพื่อยืนยันการลบไฟล์ที่ไม่จำเป็นทิ้ง รอสักพักก็เป็นอันจบขั้นตอนครับ
การตั้งให้โปรแกรม Disk Cleanup ทำงานแบบอัตโนมัติ
นอกจากการสั่งเรียกโปรแกรม Disk Cleanup ให้ทำงานตามต้องการแล้ว ยังสามารถทำการตั้งโปรแกรมนี้ให้ทำงาน โดยอัตโนมัติ เมื่อฮาร์ดดิสก์ที่ใช้งานอยู่มีพื้นที่เหลือน้อยได้ วิธีการคือเรียกโปรแกรม Disk Cleanup เลือก Drive ที่ต้องการตั้ง และหลังจากนั้น กดเลือกที่ป้ายของ Settings
กดเลือกที่ช่อง If this drive runs low on disk space.... เพื่อกำหนดให้โปรแกรมนี้ทำงานเมื่อพื้นที่ในฮาร์ดดิสก์เหลือน้อย ๆ จากนั้นก็กด OK หลังจากนี้ ถ้าหากฮาร์ดดิสก์ใกล้จะเต็ม โปรแกรมนี้ก็จะเริ่มต้นทำงานทันที
ก็พอเป็นแนวทางคร่าว ๆ นะครับ ที่จริงก็ไม่จำเป็นเท่าไรนัก แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าการที่เราเข้าไปลบไฟล์ใน Folder ต่าง ๆ โดยตรงซึ่งบางครั้ง การลบไฟล์แบบนั้น อาจจะทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ของ Windows ตามมาก็ได้






(ขอขอบคุณข้อมูลจาก ... http://www.com-th.net/windows/?cleanup)

Regclean โปรแกรมสำหรับทำความสะอาด Registry ของระบบวินโดวส์

Regclean

Registry ของระบบ Windows คือที่สำหรับเก็บข้อมูลต่าง ๆ ที่จำเป็นของซอฟต์แวร์ที่ มีการติดตั้งลงไปใน Windows ซึ่งถ้าหาก เราทำการติดตั้งซอฟต์แวร์ และทำการลบหรือ Uninstall ออกไปบ่อย ๆ ในบางครั้ง ค่าของ Registry ต่าง ๆ จะไม่ถูกยกเลิกออกจากระบบด้วย จะมีผลทำให้ Windows ต้องมีการอ่านค่าต่าง ๆ จาก Registry เหล่านี้ขึ้นมาโดยไม่จำเป็น รวมถึงจะเป็นการทำให้ ขนาดของ Registry มีขนาดใหญ่ขึ้น ดังนั้น การทำความสะอาด Registry ในส่วนนี้ จะเป็นการช่วย ลบค่าต่าง ๆ ที่ไม่จำเป็นในการใช้งานออกไป จะช่วยให้ระบบ Windows ทำงานได้เร็วขึ้นตามไปด้วย

โปรแกรมที่จะใช้สำหรับทำความสะอาด Registry ในที่นี้คือ Regclean.exe ซึ่งสามารถหา ดาวน์โหลดได้จากที่นี่ หลังจากดาวน์โหลดมาแล้ว ให้ทำการแตกไฟล์ออกมาด้วย winzip และจากนั้น จึงเริ่มต้นการใช้งาน
เริ่มต้นการใช้งาน โดยการเรียกที่ไฟล์ Regclean.exe เพื่อเริ่มต้นการทำงานของโปรแกรม

โปรแกรมจะเริ่มต้นทำงานทันที โดยทำการตรวจสอบและทำงานไปเรื่อย ๆ รอสักพักก็เสร็จ

หลังจากที่โปรแกรมทำงานเสร็จแล้ว หากพบว่ามี error จะมีเมนูขึ้นมาให้ทำการ Fix Errors ก็กดเลือกไปเลย


หลังจากนั้น ก็จนทุกขั้นตอน กดที่ Exit เพื่อออกจากโปรแกรม ทดลองใช้งาน Windows ดูกันเองว่า ความเร็วในการทำงาน มีการเพิ่มขึ้นมากน้อย หรือเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรกันบ้าง
ปกติแล้ว โปรแกรมนี้จะเหมาะสำหรับผู้ที่มีการลงและลบซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ในเครื่องบ่อย ๆ แต่ถ้าหากเป็นเครื่องที่ใช้งานอย่างเดียว โดยไม่ได้มีการลงซอฟต์แวร์ต่าง ๆ เพิ่มเติม ก็อาจจะไม่เห็นผลอะไรมากนัก สรุปว่าทดลองใช้กันตามชอบก็แล้วกัน






(ขอขอบคุณข้อมูลจาก ... http://www.com-th.net/software/?regclean)









...

วิธีหยุดการนับเวลาของเวป Gushare

คาดว่าหลาย ๆ ท่าน คงเบื่อที่จะรอ เวลาการนับ ของ GuShare
ทิปดี ๆ สำหรับขาโหลดหนัง คือการหยุดเวลา ในการนับ ของ GuShare มาดูกัน...
กดปุ่ม Download จะเข้าสู่หน้าจอของการนับเวลาถอยหลัง (ตามภาพ)
ให้พิมพ์ หรือ Copy
javascript:sec=1;alert('time stop');
ใส่ลงในข่อง Address แล้วกด Enter
จะพบว่า ปรากฎหน้าต่าง time stop แล้วกด ปุ่ม OK (ตามภาพ)
หรืออีกวิธีหนึ่ง เมื่อเวลาเดินแล้วให้ท่านพิมพ์ หรือ copy script code นี้ไว้ที่ URL Address
javascript:submit_download();
แล้ว Enter เพียงเท่านี้ ก็สามารถโหลดโดยไม่ต้องรอการนับได้แล้ว
ลองเอาไปประยุกต์ใช้กับเว็บอื่น ๆ ก็ได้


(Credit ข้อมูลดี ๆ จาก http://forum.playonnet.com/topic14829.html)










...

ตารางเปรียบเทียบประสิทธิภาพโน๊ตบุ๊ก PC Mark 2005 - CPU












































...

Shogun's Sadism


Shogun's Sadism


---------------------------------------------------------------------------------------------
Year : 1976
Another Title : The Joy of Turture 2: Oxen Split Torturing
Japanese Title : Ushiaki No Kei
Starring : Yusuke Kazato (Yuusuke Kazato), Rena Uchimura, Akira Shioji, Masataka Iwao,

Ryuichi Nagashima (Ryuuji Nagashima), Yusuke Tsukasa (Yuusuke Tsukasa), Tetsuo Fujisawa,
Yasumori Hikita, Mineko Maruhira, Miki Masuda, Kyonosuke Murai, Yoshiaki Yamashita,
Satoru Nabe, Miho Manabe, Akemi Ogikubo
Director : Yuuji Makiguchi
Screenplay : Seiko Shimura (screenplay), Ichiro Otsu (screenplay)

Genre : Horror / Drama
(ภาพยนต์เรื่องนี้ มีฉากรุนแรงมากมาย ไม่เหมาะอย่างยิ่ง สำหรับเด็ก สตรี และคนขวัญอ่อน
ผู้รับชม ควรใช้วิจารณญาณในการชมอย่างยิ่ง)

---------------------------------------------------------------------------------------------
เรื่องราวแรก...
เป็นเรื่องของยุค Tokugawa หรือ Edo ยุคแห่งการล้างบางพวกนับถือคริสเตียน ที่ในยุคนั้นเชื่อว่าเป็นศาสนาแห่งความชั่วร้าย...โชกุนผู้นิยมการทรมานเป็นชีวิตจิตใจ มีนิสัยการกินจิ้งจกเป็นอาหารบำรุงกำลังทางเพศ

วิธีการทรมานของโชกุนก็มีหลากหลาย อาทิ การย่างสด ราวหมูหัน ไก่ย่างรมควัน จับผู้หญิงใส่ตู้ปลากระจกใบใหญ่ แล้วเทงูลงไปทรมาน เป็นโชว์ที่โชกุนและเหล่าขุนนางดูอย่างสนุกสนาน การเอาเท้าของพวกไพร่จับขึงและทุบเล่น ให้กระดูกแหลกละเอียด ราวตำพริกในครกก็ไม่ต่างกัน

เรื่องราวเริ่มเข้มข้นขึ้นเมื่อ พวกทหารในวังจับ Toyo หญิงซึ่งนับถือคริสเตียน และเป็น ผู้หญิงอันเป็นที่รักของ Sasaki Lori ซามูไร ขุนนางนักดาบสุดหล่อแห่งราชสำนัก ลูกน้องของโชกุน มาข่มขืนให้ดูต่อหน้าต่อตา แล้วเอาเลือดบริสุทธิ์ที่หลั่งออกมาดมอย่างชื่นใจ...นอกจากการทรมานทางร่างกายแล้ว เจ้าโชกุนสุดเหี้ยมยังทรมาน Sasaki Lori ทางจิตใจ โดยการจับน้องสาวของ Toyo มา ให้ Sasaki บังคับให้ Sasaki ทรมานเธออีก แต่ Sasaki ไม่ยอมทำตาม บทลงโทษของโชกุน คือ การเอาเหล็กร้อนจี้เข้าไปที่ดวงตาของเด็กสาวคนนั้นอย่างไม่ปราณี หลังจากนั้นหญิงของ Sasaki ก็กลายเป็นเมียของโชกุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

Toyo พยายามหนีออกจากวังของโชกุนแต่กลับต้องพบเจอกับพวกทหารไพร่ และถูกจัดการรุมโทรมทั้งด้านหน้าและทวารหลังอย่างโหดเหี้ยม หลังจาก Toyo รู้ตัวเอง ตัวเองไม่มีทางหนี เธอก็ต้องจำยอมกลายเป็นของเล่นทางเพศของโชกุนอย่างจำยอม เจ้าโชกุนจอมโหดยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น จับพ่อแม่ของ Toyo มาตรึงกางเขนต่อหน้าชาวบ้าน และใช้เหล็กแหลมเสียบทะลุเนื้อหนังมังสาของพวกเขาอย่างช้าๆ เป็นการเสียบประจานสุดทรมานที่เหี้ยมโหด หลังจากนั้นก็เผาพวกเขาทั้งเป็น..เป็นพฤติกรรมที่เกินกว่ามนุษย์จะทำได้ นอกจากนั้นการร่วมเพศระหว่าง Toyo กับโชกุนสุดโหด ยังเป็นภาพที่เจ้าโชกุนบังคับให้ Sasaki Lori ต้องมานั่งดูโชว์ร่วมเพศนี้ทุกครั้งร่ำไป

หนึ่งปีต่อมา...

Sasaki Lori ซามูไร ผู้ถูกขับไล่ออกจากราชสำนัก กลับมาแก้แค้นเหล่าโชกุน และพา Toyo หนีไป การตามล่าของโชกุน และการล้างแค้นของ Sasaki จึงเริ่มขึ้นอย่างดุเดือด...ในท้ายที่สุด Sasaki ก็ไม่อาจต้านกำลังทหารของโชกุนได้ เป็นอันต้องถูกจับตายอย่างทรมาน ทั้งการถูกฟันเลือดกระฉูด โดนธนูกระหน่ำยิงใส่ การใช้เหล็กแหลมแทงอย่างไม่ยั้ง และถูกจับลากกับพื้นโดยม้า โชกุนสุดเหี้ยมยังไม่หายโกรธแค้น จับ Toyo ขึงไว้โดยตรึงขา ไว้วัวที่สุดแสนเกรี้ยวกราด ฉีกขาทั้งสองข้างของเธอออกอย่างโหดเหี้ยม ไส้ ตับ ไต ทะลุกออกมากองอย่างน่าอนาท

เรื่องราวในส่วนที่สอง...
เป็นเรื่องในยุคที่ไล่เลี่ยกัน เรื่องเริ่มต้นขึ้นเมื่อ Sutezo หนุ่มเซ็งเคร็งผู้อวดตัวร่ำรวยไปเที่ยวในสำนักนางโลมแห่งหนึ่งจนหมดเนื้อหมดตัว ไม่มีเงินจ่าย..ทางเจ้าของสำนักนางโลมจึงให้เจ้า Sutezo ทำงานรับใช้เป็นเวลาหนึ่งปี เจ้าหนุ่ม Sutezo ต้องมาเป็นทาสรับใช้คนในสำนักนางโลม ต้องทำทุกอย่าง ทั้ง ล้างส้วม ซักผ้า ถูพื้น จน Sutezo กลายเป็นมาเป็นคนในสำนักนางโลมที่เห็นเหตุการณ์ พฤติการณ์อันโหดเหี้ยมที่เกิดขึ้นภายในทั้งหมด การลงโทษ การทารุณหลากหลายประเภทตั้งแต่ชนิดอ่อนสุดๆ แต่จิตไม่น้อย อย่างสาวนางโลมตบตีกัน อีกฝ่ายจับอีกฝ่ายขึง แล้วทาน้ำอะไรสักอย่างที่เป็นที่ชื่นชอบของสุนัขตัวน้อยลงไปทั้งตัวของนางโลมผู้ถึงขึง เจ้าหมาน้อย เริ่มใช้ลิ้นโลมเลียไปทั่วร่างกายของนางโลมผู้ถูกขึง ตั้งแต่นมไปจนถึงจุดสังวาสของหญิงสาว จะว่าเป็นการทรมานก็ดี จะว่ามันกลายเป็นความสุขสุดยอดของนางโลมผู้ถูกขึงด้วยก็ว่าได้ (จิตสุดๆ)

ในหอลางโลมแห่งนี้ อย่างที่เรารู้กันดี โสเภณีห้ามท้องเด็ดขาด ! แต่ทว่า เกิดมีโสเภณีคนหนึ่งท้องขึ้นมา วิธีการทำแท้งสุดโหดจึงเริ่มขึ้น ชายฉกรรจ์สี่ ห้าคน รุมทึ้ง ทั้งทุบตี และกระทืบไปที่ท้องของน้องนาง กะให้เด็กในไส้ตายคาท้องกันไป และให้ หญิงแก่ผู้ดูแล เอามือล้วงเข้าไปในช่องคลอด และดึงซากเด็กที่ตายออกมาอย่างเหี้ยมโหด ! และแทนที่จะให้น้องนางผู้นั้นพักผ่อนสาม สี่วัน กลับให้ล้างตัว และทำงานต่อในคืนเดียวกันนั้นเลย...แม่งเหี้ยมสุดๆ ! น้องนางต้องทนรับแขก ระหว่างเธอโดนขย่มอย่างเมามัน เลือดของเธอก็ทะลักออกมาทั้งอวัยวะเพศ และปาก เจ้าลูกค้าผู้มาเที่ยวก็ไม่วายจะสงสาร มันกลับไม่ยอมเสียเงินเปล่า ให้น้องนางหันหลังและใช้วิธีเอาทางทวารหนักแทน...ช่างเหี้ยมโหดเสียยิ่งกะไร

Tami คือชื่อของสาวคนนั้น...แฟนหนุ่มของ Tami พยายามจะพา Tami หนี แต่ก็ถูกจับได้ แฟนหนุ่มถูกจับแขวน เอาโซ่เฆี่ยนตีอย่างหนัก Tami เองก็โดนไปไม่น้อย ทางหัวหน้าสำนักนางโลมสั่งให้ Sutezo ทาสรับใช้ ใช้มีดตัดเจ้าหนูน้อยของแฟนหนุ่ม แต่ Sutezo ไม่ยอม ชายฉกรรจ์ที่อยู่ในหอลางโลม จึงตัดใบหูแฟนหนุ่มของ Tami แล้วจับยัดใส่ปากของ Sutezo ภาพความรุนแรงเริ่มกระหน่ำอีกครั้ง จนทำให้ Sutezo ยินยอมที่ต้องทำตาม เจ้า Sutezo ใช้มีดโกนตัดเจ้าหนูน้อยอย่างช้าๆ ก่อนที่พวกชายฉกรรจ์จะปล่อยมันไป

เรื่องเลวร้ายเริ่มเกิดขึ้น เมื่อ Sutezo ทนไม่ได้กับพฤติกรรมของคนในสำนักนางโลม จึงชวนนางโลมที่เขาสนิทด้วยคือ Sato หนีไปด้วยกัน Sutezo และ Sato ใช้วิธีการหาเงิน คือ ใช้เรือนร่างสุดสวยของ Sato ไปขายตามสำนักนางโลมที่ต่างๆ พอได้เงินมา ทั้งคู่ก็หนีไปหาที่ใหม่อีก แต่แผนการของทั้งคู่กลับไม่เป็นอย่างที่คิดไว้ Sutezo จึงจาก Sato ไป

สาวน้อย Sato จึงต้องออกเดินทางเพียงผู้เดียว หล่อนดันไปยืนไปอนาบริเวณของโสเภณีท้องถิ่นเข้า จึงถูกโสเภณีท้องถิ่นลงโทษ ด้วยการให้ พวกไร้ที่อยู่ พวกเร่ร่อนแถวนั้นข่มขืนเธออย่างหนัก Sutezo กลับใจมาช่วยหล่อนไว้ทัน ทั้งคู่คืนดีกันอีกครั้ง แต่เรื่องราวทั้งหมดยังไม่จบลงง่ายๆ ทั้ง Sato และ Sutezo ถูกจับโดยนักสืบที่ถูกว่าจ้างมาจาก สำนักนางโลมแรกที่ทั้งคู่หนีออกมา ...ฉากสุดโหดทรมานสุดๆ จึงเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง Sato โดนเอาไม้ทิ่มแทง ยัดใส่อวัยวะเพศอย่างไม่ยั้ง แถมยังโดนเอาคีมมาตัดหัวนมสวยๆ ขาดเละคาหน้าอก เรื่องราวจะจบลงอย่างไรนั้น ไม่ต้องเดาให้ยากครับ ลองเสาะหามาดูกันเองดีกว่า...

ต้นตำรับความโหด ก่อนถ่ายทอดสู่รุ่นหลัง...
หนังที่เน้นเรื่องราวของสังคม การเมือง และศาสนา การแบ่งชนชั้นที่รุนแรงในยุคดั่งเดิม นำมาผูกโยงกับวิธีการหลากหลายในการทรมานทาส ไพร่ หรือบุคคลที่เป็นชนชั้นชาวบ้าน ที่ในสมัยนั้นดูถูก เหยียดหยาม ราวกับสัตว์ไร้ค่าตัวหนึ่งก็ว่าได้ Sogun's Sadism ไม่ได้เป็นหนังต้นทุนต่ำสุดโหดอย่างในตระกูลหนังซีรียส์ Guinea Pig แต่กลับทำออกมาเป็นหนังพีเรียด ย้อนยุคสุดซาดิสต์ที่เข้าท่าเอามากๆ

ต้องบอกไว้ก่อนครับ สำหรับผู้นิยมความแหวะ Gore อะไรเทือกนั้น จะบอกว่า หนังเรื่องนี้ไม่ได้สนองตัณหาของคุณในแบบนั้นนะครับ แต่เป็นหนังที่สะท้อนถึงวิธีการทรมานในแบบที่เราคาดไม่ถึงได้เลย ว่าในยุคสมัยก่อนจะโหดเหี้ยมผิดมนุษย์ได้ถึงขนาดนี้ หากต้องการความซาดิสต์ในหนังพีเรียด ที่มีเนื้อหา น่าติดตามล่ะก็...ลองหา Shogun's Sadism มาชำเรากันเอาเอง...


***********************************************
Movie Screenshot





























































































































(ข้อมูลจาก http://www.filmsayong.com/review/q_s/shogun.html)

ตัวอย่างภาพยนต์ (ต้องมีตัวอ่านไฟล์ Flash Video ในเครื่องด้วย)
  • ผมไม่แน่ใจว่า เวอร์ชั่นเยอรมัน ตัวนี้จะเป็นเรื่องเดียวกันกับ Shogun's Sadism ข้างบนหรือไม่ เพราะดูจากปีที่สร้าง เวอร์ชั่นนี้จะเป็นของปี 1969 ในชื่อ Tokugawa II : Shogun's Sadism แต่ยังไงก็เอาตัวอย่างไปดูกันก่อนครับ





























...

The Return of Bastard Swordman - กระบี่ไร้เทียมทาน 2






มุมมองของผม...
ภาพยนต์ กระบี่ไร้เทียมทาน ภาค 2 การกลับมาของฮุ้นปวยเอี๊ยง
ใครที่เคยได้ชม ละครโทรทัศน์ กระบี่ไร้เทียมทาน และยอดยุทธจักรมังกรฟ้า มาแล้ว
ได้ชมเรื่องนี้ ผมว่า.. รับรองคงจะตาตั้ง และขำก๊าก
เนื่องด้วยตัวเนื้อเรื่อง เรียกได้ว่า ออกทะเลไปกันใหญ่
แล้วกลับกลายเป็นว่า ตัว ฮุ้นปวยเอี๊ยง ตัวละครเอกของเรื่อง กระบี่ไร้เทียมทาน
มาภาคนี้ เกือบจะกลายเป็นแค่ตัวประกอบไปเลย
เพราะน้ำหนักส่วนใหญ่ ไปอยู่ที่หมอดูเทวดา แทน
เข้าใจว่า เรื่องนี้ ผู้สร้าง คงต้องการตามรอยความดัง และความสำเร็จที่ได้รับจากภาค 1
และอาจไม่ทราบว่า จะไปผูกเรื่องอย่างไรดี
ทำให้เรื่องราวในตัวภาพยนต์ ตลกไปกันใหญ่ เพราะมีทั้งเจอนินจาญี่ปุ่น เจอพลังอกกระเพื่อม (วิชากระชากใจ.. เวรกรรม)
ถามว่าสนุกไหมเนี่ยสรุปแล้ว..
ตอบได้ว่า ก็ดูได้เรื่อย ๆ ครับ กับอรรถรสที่แปลกออกไป
แทนที่จะจริงจัง ดุเดือด มันสุด ๆ กลายเป็นว่า มีมุขตลกเป็นระยะ
ก็คลายเครียดไปได้ชั่วครั้ง ชั่วคราวครับ เรื่องนี้...
********************************************




Return of The Bastard Swordman(1984)

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
Country : Hong Kong
Year : 1984
Studio : Shaw Brothers
Starring :
Norman Chu Siu Keung, Alex Man Chi Leung, Anthony Lau Wing, Chen Kuan Tai
Goo Goon Chung, Lo Lieh, Kong Do, Lau Siu Kwan, Liu Lai Ling, Sun Chien
(ฉีเส้าเฉียน, หลิวหยง, ว่านจื่อเหลียง, หลิวเซียะหัว, เฉินกวนไท้, กู่กวนจง, ซุนเจี้ยน, Wilson Tong)
Director : Tony Liu Jun Guk
Action Director : Tony Liu Jun Guk, Yuen Tak
Genre : Action, Wire-Fu
Media Type : DVD-5
Region : Zone 3
Video Format : Pal, Wide Screen
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หลังจากภาคแรกฉายได้หนึ่งปีภาคต่อก็ตามมา ว่าภาคแรกออกทะเลแล้ว หนังภาคสองที่ใช้ชื่อว่า The Return of Bastard Swordman ถือว่าก้าวหน้าในความมั่วนิ่มไปอีกขั้น เรียกว่าออกทะเลกันไปถึงใจกลางมหาสมุทรเลย หนังเล่าเรื่องวนเวียนอยู่กับความแค้นระหว่างฮุ้นปวยเอี้ยง ต๊กโกบ้อเต็ก โดยมีพวกนินจาญี่ปุ่น สำนึกอีกะ ที่ต้องการมาประการความยิ่งใหญ่ในจีน เป็นตัวยุแยงตะแคงรั่วด้วยการสังหารศิษย์บู๊ตึ้ง แล้วป้ายความผิดให้ต๊กโกบ้อเต็ก โดยเนื้อเรื่องเข้าใจว่าเป็นการเอานิยายกำลังภายในอีกเรื่องมาเติมเข้าไป ซึ่งนิยายเรื่องที่ว่าก็คือ "พยากรณ์ประกาศิต" ของนักประพันธ์ชาวมาเลเซียที่ชื่อว่า อุงสุยอัน (อุนเลี้ยงเง็ก)

หนังใส่มุขตลกเข้าไปมากขึ้น มีเนื้อหาประเภทตามหาหมอเทวดาถึงแม้จะออกทะเลไปบ้างแต่รวมๆ แล้วหนังกลับดูสนุกไปอีกแบบ เพราะหนังมีเนื้อเรื่องที่คาดเดาไม่ได้ หมอดูเทพ ก็สร้างความแตกต่างจากภาคแรกได้ดี


หนังมีดาราจากภาคแรกเข้ามาพอสมควร แม้กระทั่ง กู่กวนจง กับหลิวหยุน ที่ตัวละครที่ทั้งคู่ตายไปแล้วในภาคแรกก็ยังอุตส่าห์กลับมาใหม่ด้วยตัวละครใหม่ กู่กวนจง เป็นนักฆ่าจากญี่ปุ่น ส่วนหลิวหยุนเป็นหมอดูเทพ ลี้โปวอี ที่มารับบทเป็นคู่หูของพระเอก ว่านจื่อเหลียงกลับมาเป็นต๊กโกบ้อเต็ก ซึ่งกลายเป็นตัวละครที่น่าสนใจที่สุดในหนังภาคนี้เพราะ ตัวละครที่เค้าเล่นได้แสดงถึงแง่มุมแห่งความอ่อนแอของผู้เข้มแข้งได้น่าสนใจดี


ตัวละครใหม่ที่ค่อนข้างเด่นก็คือ เจ้าสำนักญี่ปุ่นแสดงโดยเฉินกวนไท้ ที่กลายมาเป็นคู่ปรับอันดับหนึ่งของพระเอกในหนังภาคนี้ แต่นอกจากจะไม่แกรงขรามแล้วตัวละครของเฉินกวนไท้ ยังออกแนวฮาโดยไม่ตั้งใจอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะในการต่อสู้ เช่น การใช้ดาวกระจายอันใหญ่ยักษ์ หรือ ท่าไม้ตาย "พลังมารกระฉากใจ" ฟังดูโหดเพราะเป็นวิชาที่บังคับการเต้นของหัวใจของศัตรูจนสามารถควบคุมให้หัวใจศัตรูนั้นทะลุออกจากร่างมาได้ แต่สิ่งสิ่งที่ฮาเวลาเฉินกวนไท้ใช้วิชานี้ก็คือ เอฟเฟคที่จะเอาหลอดไฟไปยัดในอกเสื้อเฉินกวนไท้เอง แล้วกระพริบตามจังหวะเต้นของหัวใจ แถมช่วงหลังใช้วิชาแบบรุนแรงเข้าหน้าเสื้อก็จะยุบๆ พองๆ แบบอึ้งอ่าง ดูแล้วฮาแทนที่จะโหดซะอย่างงั้น













ส่วนตัวของพระเอกฮุ้นปวยเอี้ยง กลับมีบทบาทน้อยไปหน่อยโผล่มาบาดเจ็บตอนต้น โดนห่ามอยู่ค่อนเรื่องก่อนจะกลับมามีบทบาทอีกในตอนท้าย น่าจะเป็นเพราะว่าช่วงนั้นตารางการทำงานของฉีเส้าเฉียนค่อนข้างจะรัดตัว น่าจะมีเวลาให้กับหนัง The Return of Bastard Swordman ไม่มากพอ ทำให้บทพระเอกของเค้ามีค่อนข้างเบาบาง และต้องดันให้หลิวหยุนที่มาแสดงเป็นหมอดูเทพ ลี้โปวอี มากลายเป็นพระเอกคู่ด้วย
อาจจะดูเหมือนมีแต่ข้อด้อย แต่จริงๆ แล้ว Bastard Swordman ก็เป็นหนังที่ดูสนุกใช้ได้ โดยเฉพาะถ้าทำใจลืม กับความเชยของหนังไปได้ และมองข้ามข้อด้อยเรื่องการเล่าเรื่องของหนังไปได้ สิ่งที่ทำให้ The Bastard Swordman ดูสนุกและเป็นงานที่น่าจดจำสำหรับยุคสมัยนั้นก็คือ ความสุดขั่วในการสร้างฉากแอ็กชั่นแบบไม่กลัวว่าหนังจะไม่สมจริงสมจัง ไม่ว่าจะเป็นเอฟเฟคการปล่อยแสง ควันสี น้ำแข็งแห้ง อุปกรณ์ประกอบเรื่องแบบแปลกแหวกแนว และบรรดาแอฟเฟคบ้านๆ อีกมากมาย ที่ขนกันมาใช้ แต่ที่เด่นที่สุดก็คือ การใช้ลวดสลิง พูดถึงหนังกำลังภายประเภทที่ใช้ลวดมาช่วยในฉากแอ็กชั่นนั้น ถึงกับมีชื่อเรียกเฉพาะหนังแนวนี้เลยว่า Wire-Fu ส่วนใหญ่หมายถึงหนังที่ใช้ลวดสลิง แบบไม่บันยะบังยัง เหาะเหินเดินอากาศ กันแบบไม่สนใจความสมจริงใดๆ ประเภทการเหาะแล้วเลี้ยวกลางอากาศอะไรทำนองนี้













Bastard Swordman ถือได้ว่าเป็นหนัง Wire-Fu ที่ดังที่สุดเรื่องหนึ่งแห่งยุค ฉากต่อสู้บนลวดสลิงในหนังทั้งมากไปด้วยจำนวน และความคิดสร้างสรรค์ เรียกว่าดูสนุกแบบไม่มีเบื่อกันตลอดทั้งเรื่องเลย โดยถ้าเทียบแล้วคิวบู๊ในหนังภาคแรกดีกว่า ภาคสองอย่างเห็นได้ชัด
สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับก็คือ ในปี 1983 - 1984 ที่ Bastard Swordman สร้าง และออกฉายนั้น หนังกำลังภายในของชอว์บราเดอร์กลายเป็นของล้าสมัยไปแล้ว ภาษาหนังที่ดูเชย ฉากในสตูดิโอของชอว์ที่ช้ำเต็มทนแล้ว ถ้าลองเทียบ Bastard Swordman กับหนังแนวเดียวกันที่ฉายในช่วงนั้นอย่าง Death of The Dual (ท้าฟัน, 1982) ถึงแม้จะมีองค์ประกอบบางอย่างคล้ายกัน ดารานำคนเดียวกัน (ฉีเส้าเฉียน) จะพบว่า Bastard Swordman ด้อยกว่าทุกมุมทั้งเทคนิค คิวบู๊ มุมมองใหม่สำหรับหนังแนวนี้ หรืออย่างง่ายๆ แค่ความแตกต่างระหว่างการถ่ายทำ Outdoor กับในสตูดิโอ ก็สร้างความสมจริงให้กับ Death of The Dual มากกว่าหนังรุ่นก่อนๆ ของชอว์บราเดอร์รวมถึง Bastard Swordman แบบมากมายมหาศาลแล้ว เมื่อได้ดู Bastard Swordman แล้วอาจจะต้องยอมรับว่าเมื่อมาถึงวันปิดฉากของหนังกังฟู และกำลังภายในแบบชอว์บราเดอร์ สิ่งเดียวที่ ชอว์สตูดิโอ และแฟนๆ จะทำได้ก็คือต้องยอมรับมัน
Lu Chun-Ku (บางครั้งใช้ชื่อว่า Tony Liu Jun-guk) ถือเป็นผู้กำกับหนังกำลังภายในรุ่นสุดท้ายของชอว์บราเดอร์ก็ว่าได้ ถึงแม้จะไม่ได้มีชื่อเสียงอะไรนัก แต่ผลงานของ Lu Chun-Ku ก็ถือว่ามีคุณภาพ และน่าจะได้รับเครดิตในการพยายามแสวงการแนวทางใหม่ๆ ให้กับหนังกำลังภายในของชอว์บราเดอร์ โดยไม่ละทิ้งแนวทางเดิมๆ หนังที่ถือว่าเป็นงานเด่นของเค้าก็เช่น Ambitious Kung Fu Girl (1982), Holy Flame of the Martial World (1983), Secret Service of the Imperial Court (1984)
สำหรับ Bastard Swordman ด้วยคุณภาพของตัวหนังอาจจะอยู่แค่กลางๆ ค่อนไปทางล่าง แต่เพราะความโด่งดังของนิยาย กับหนังทีวีต้นฉบับ บวกกับความน่าสนใจของเอฟเฟค และฉากต่อสู้ Bastard Swordman จึงกลายเป็นงานที่คนอาจจะจำได้มากที่สุดของผู้กำกับท่านนี้ไปโดยปริยาย

link ที่เกี่ยวข้อง :
































































...


Google Products

(Updated: Dec. 23th, 2025)     ข้อมูลด้านล่างนี้ รวบรวมจากหลาย ๆ แหล่ง เช่น จาก Wikipedia จาก Google เอง และจากที่อื่น ๆ  โดย ณ วันที่ post ...

Other, you may be interest