10 ธันวาคม 2553

RAID

RAID (Redundant Array of Independent Disks) เป็นเทคโนโลยีในการนำเอา Hard Disk จำนวนมากกว่า 1 ตัว มาทำงานร่วมกัน เพื่อเพิ่มพื้นที่, ความเร็ว วมถึงความปลอดภัยในการบันทึกและจัดเก็บข้อมูล

ระบบ RAID ที่นิยมใช้งานกันมีดังนี้


  • RAID 0 - เร็วจริง แต่ไม่ปลอดภัย
    • เป็นการทำ RAID แบบที่ง่ายที่สุด ซึ่งเป็นการนำเอา Hard Disk จำนวนมากกว่า 1 ตัว (หรือมากกว่า) มาทำงานร่วมกันในลักษณะ non-redundant แล้วให้ระบบมองว่าเป็น Hard Disk ตัวเดียวกัน เรียกว่า "Logical Drive" เช่น
      • ถ้ามี Hard Disk 100 GB. จำนวน 2 ตัว ติดตั้งไว้ในเครื่อง โดยปกติตัวแรกจะเป็นถูกกำหนดให้เป็น Drive C อีกตัวก็จะเป็น Drive D
      • เมื่อเราสร้างระบบ RAID 0 ขึ้นมา พื้นที่ของ Hard Disk ทั้ง 2 ตัวก็จะถูกรวมให้เป็น Drive อันเดียวกัน และถูกกำหนดให้เป็น Drive C แต่มีขนาด 200 GB. (Hard Disk1: 100 GB. + Hard Disk2: 100 GB. ) โดยที่โปรแกรมต่างๆก็จะมอง Drive ใหม่นี้เป็น Drive C ที่มีขนาด 200 GB. เช่นเดียวกัน
    • ใช้วิธีการแบ่งข้อมูลออกเป็นส่วนๆ (Data Stripping) เพื่อนำไปแยกเก็บไว้ใน Hard Disk แต่ละตัว
    • ข้อดี
      • ทำให้การเข้าถึงข้อมูลทำได้เร็วขึ้น เพราะมีหัวอ่าน/เขียนข้อมูลเพิ่มขึ้น (Hard Disk 2 ตัว ช่วยกันทำงาน)
      • เป็นการเพิ่มขนาดพื้นที่สำหรับใช้บันทึกข้อมูล (Hard Disk1 + Hard Disk2)
    • ข้อเสีย
      • เนื่องจากระบบ RAID 0 จะไม่มีการทำการสำรองข้อมูลใดๆทั้งสิ้น แม้แต่การทำ Parity Bit ก็ไม่มี ดังนั้นหากมี Hard Disk ตัวใดตัวหนึ่งเสียก็จะทำให้ Logical Drive ที่ถูกสร้างขึ้นมาเสียไปด้วย และก็จะมีผลกระทบต่อไปยังข้อมูลที่ถูกบันทึกเอาไว้


  • RAID 1 - เน้นเรื่องความปลอดภัย

    • RAID 1 จะทำงานโดยการบันทึกข้อมูลทั้งหมดลง Hard Disk ตัวแรก เหมือนการทำงานโดยปกติของ Hard Disk ทั่วไป แต่จะมีการสำรองข้อมูลจากไปยัง Hard Disk ตัวที่สองอยู่ตลอดเวลา (Data Mirroring) เพื่อป้องกันการสูญหายของข้อมูล โดยมีเงื่อนไขว่า Hard Disk ทั้ง 2 ตัวนี้จะต้องขนาดเท่ากันพอดี และหากเป็นไปได้ก็ควรจะเป็น Hard Disk ที่มียี่ห้อ และรุ่นเดียวกัน
    • ข้อดี
      • ข้อมูลจะถูกสำรองไว้ตลอดเวลา ถ้ามี Hard Disk ตัวใดตัวหนึ่งเสียขึ้นมา Hard Disk อีกตัวก็จะขึ้นมาทำงานแทนทันที และถ้าในกรณีที่ Server มีระบบ Hot Swap อยู่ ก็จะทำให้เราสามารถถอด Hard Disk ตัวที่เสีย ไปเปลี่ยน แล้วเอาตัวใหม่มาติดตั้งกลับเข้าไปได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องปิดเครื่อง และทันทีที่เราเอา Hard Disk ตัวใหม่มาติดตั้งกลับเข้าไป ระบบก็จะทำการสำรองข้อมูลจาก Hard Disk ตัวที่มีเหลืออยู่เดิมไปยัง Hard Disk ตัวใหม่โดยอัตโนมัติทันที
    • ข้อเสีย
      • เนื่องจาก RAID 1 ใช้วิธีการสำรองข้อมูลแบบกระจกเงา (Data Mirroring)  ทำให้ทุกครั้งที่มีการบันทึกข้อมูลลงใน Hard Disk ัวแรก ก็จะมีการสำรองข้อมูลไปลงใน Hard Disk ตัวที่สองเสมอ นั่หมายความว่า ระบบจะต้องมีการบันทึกข้อมูลลงใน Hard Disk ถึง 2 ครั้งต่อชุดข้อมูล 1 ชุด ซึ่งก็จะมีผลทำให้ภาระในการบันทึกข้อมูลถูกเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าเมื่อเทียบกับการบันทึกข้อมูลตามปกติ


  • RAID 0 + 1 
    • เป็นการนำเอาข้อดีของ RAID 0 และ RAID 1 มารวมกัน ทำให้มีพื้นที่ในการใช้งานเพิ่มขึ้น (Hard Disk1 + Hard Disk2) และมีการทำสำเนาตามแบบของ RAID 1 พร้อมกันไปด้วย
    • ทั้งนี้ต้องมีนำ Hard Disk มาทำเป็น RAID 0 ก่อนจำนวน 2 ชุดก่อน (Hard Disk 4 ตัว)
      • Logical Drive1
        • Hard Disk1 + Hard Disk2
      • Logical Drive2
        • Hard Disk3 + Hard Disk4
      • ซึ่งจะทำให้ได้ Logical Drive จำนวน 2 ชุด (Logical Drive1 และ Logical Drive2) หลังจากนั้นจึงสร้าง RAID 1 ขึ้นมาอีกทีจาก Logical Drive ทั้ง 2 ชุดนั้น
    • ข้อเสีย
      • หาก Hard Disk ตัวหนึ่งตัวใดเสียขึ้นมา ก็จะมีผลทำให้ Logical Drive ที่เกิดจาก Hard Disk ตัวนั้นเสียตามไปด้วย และในที่สุดก็จะมีผลกระทบต่อการทำงานของระบบทั้งหมด


  • RAID 1 + 0
    • RAID 1 + 0 มีการทำงานคล้ายกับ RAID 0 + 1 เพียงแต่จะเริ่มสร้าง RAID 1 มาก่อน 2 ชุด เพื่อทำการสำรองข้อมูล หลังจากนั้นแล้วจึงค่อยสร้าง RAID 0 ขึ้นมาอีกที เพื่อรวมพื้นที่การทำงานทั้งหมดเข้าด้วยกัน
    • เป็นวิธีที่นิยมมากกว่า RAID 0 + 1
    • ข้อดี
      • ถ้า Hard Disk ตัวไหนเสีย จะไม่ทำให้ Logical Drive เสียไปด้วย (ต่างจาก RAID 0 + 1 โดยสิ้นเชิง)


  • RAID 5
    • RAID 5 เป็นระบบ RAID ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ต้องการ Hard Disk อย่างน้อย 3 ตัวขึ้นไปในการทำงาน
      • โดยการนำพื้นที่ของ Hard Disk แต่ละตัวมาเก็บรวมกันเป็น 1 Logical Drive เหมือนการทำงานของ RAID 0
      • หลังจากนั้นจึงสร้าง Parity Bit เพื่อใช้กู้ข้อมูลของแต่ละ Drive ขึ้นมาหากเกิดข้อผิดพลาด โดยแยกออกไปเขียนใน Drive อื่นๆ เช่น Parity Bit ของ Hard Disk1 จะนำไปไว้ที่ Hard Disk3 ของ Hard Disk3 ก็จะนำไปไว้ที่ Hard Disk2 ส่วนของ Hard Disk2 ก็จะนำไปไว้ที่ Hard Disk1 เป็นต้น


หมายเหตุ:
  • ในการสร้างระบบ RAID ควรใช้ Hard Disk ที่มียี่ห้อและรุ่นเดียวกัน
  • การทำ RAID นั้น ทำได้ทั้งแบบที่ใช้ Hardware และ SoftWare
  • สามารถหาข้อมูลและศึกษาวิธีการสร้างระบบ RAID ด้จากคู่มือการใช้งานของ Hardware และ Software แต่ละตัว  
ขอบคุณภาพประกอบและข้อมูลบางส่วนจาก http://www.raids.co.uk/




ขอขอบคุณบทความจาก http://www.thaiipcamera.com/network/50-info/617--hard-disk-raid.html










































































































..
































































































..

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น